counter 38,250

Profile

[ BooM's diary ]

Calendar

September 2006
S M T W T F S
« Aug   Oct »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

more+

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #3

หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย
แต่สื่อมวลชนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
งานแถลงข่าวเริ่มช้ากว่ากำหนดไปซะนาน
แต่ผมเองก็ยังลุ้นอยู่ว่าถ้าเราแอบเนียนเข้าไป จะโดนรปภ.ลากตัวออกมาไหม ..

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ผมก็เห็นนักข่าวจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องประชุม
พี่ฉานส่งสัญญาณให้ผมกับพี่เคี้ยงเดินเข้าไปได้แล้ว
เราสามคนเดินเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ ที่เป็นเหมือนห้องสำหรับพรีเซนต์งานที่มหาวิทยาลัย
เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงกัน ติดป้าย GMM MGA ที่พนัก
เวทีขนาดเล็กๆ หน้าห้อง และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ฉากหลังบนเวทีเป็นภาพอาร์ตและโลโก้ที่แปลกตาไป
คงจะเป็นแบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในอัลบั้มเพลงโดยเฉพาะ

ผมตัดสินใจไม่ขึ้นไปนั่งที่นั่งที่ด้านหลัง
เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวคือ อยู่ไกลเวที ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป
พี่ฉานเดินหามุมดีๆ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะขนาดของห้องที่แคบเหลือเกิน
สื่อมวลชนเริ่มทยอยเดินเข้ามากันจนเต็ม
เราสามคนจับจองพื้นที่บริเวณหน้าเวทีด้านขวา
นักข่าวอีกหลายคนก็เลือกที่จะอยู่มุมเดียวกับเราเช่นกัน
โชคดีที่ไม่มีใครมาสะกิดและเรียกออกไปสอบสวนนอกห้อง เพราะเราไม่ใช่สื่อมวลชน ..

เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากสื่อมวลชนเงียบลง
เพราะฉากหลังจากเครื่องโปรเจคเตอร์มืดไป
ภาพต่อมาเป็นคลิปสั้นๆ แสดงถึงแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์
ที่ทำให้ออกมามาเป็นเพลงทั้งสิบเพลงในอัลบั้มพิเศษนี้

ภาพแรงบันดาลใจจบลง
ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังเวที

หัวใจผมตกวูบ ..

เธอ ..

เธอมาแล้ว

แน่ใจใช่ไหมว่ารัก ..
ผมเปลี่ยนโหมดกล้องให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
แล้วหันกล้องไปที่เธอจนเธอร้องเพลงนี้จบ
ชุดสีแดงน่ารักเข้ากับตัวเธอจริงๆ



หลังจากที่เธอกลับเข้าไป
พระเอกของเรื่องก็ออกมาโชว์เพลง
แต่ความสนใจของผมก็ลดต่ำลง
ได้แต่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งบ้างประปราย
ได้แต่รอเวลาให้เธอออกมาอีกครั้ง

ต่าย กับเพลงฤดูรัก เพลงใสๆ ฟังแล้วนุ่มนวลดี
ผมยืนฟังจนเพลิน
และเมื่อจบเพลงนี้
คนที่ผมรอคอยก็มาสักที

ยึกยัก .. เธอนั่นแหละที่ยึกยัก
ท่าเต้นยึกยักของเธอ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก
และนั่นทำให้ผมลืมถ่ายภาพไปชั่วขณะ
ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นิ้วชี้มือขวาจึงจะรู้หน้าที่ของมัน ..



บนเวที จะมีคนยืนอยู่เยอะแค่ไหน



แต่ผมก็มองเห็นเธอเพียงคนเดียว



คนเดียวเท่านั้น ..



รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมเผลอกดชัตเตอร์ติดต่อกันมากกว่าสิบครั้ง














...


การแสดงและแนะนำอัลบั้มจบลง
งานแถลงข่าวและเปิดตัวก็จบลงเช่นกัน
หลังจากที่สื่อมวลชนจากหลากหลายสังกัดได้มาสัมภาษณ์
ผมก็เบียดเหล่าฝูงชนเข้าไป พยายามที่จะเก็บภาพของเธอ
ช่างภาพหลายคนเรียกให้เธอมองกล้อง เธอก็มองตาม
แต่ผมไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
เพราะเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อเรียกเธอ มันไปไม่ถึงเธอ
แต่ติดอยู่ในลำคอของผมเอง ..

ผมกลั้นใจ รวบรวมความกล้า
และพูดออกไป

"นาถครับ ขอกล้องนี้นะครับ"

แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยิน
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ เธอก็หันหลังกลับ
และเดินไปให้สัมภาษณ์กับสถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งบนเวที
ทิ้งผมให้ยืนอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
ผมเก็บภาพเธอมาได้เป็นจำนวนมาก








แต่ทุกภาพที่ได้มา



..ไม่มีภาพใดเลย ที่สายตาเธอจะมองมาที่กล้องของผม


...


หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ไม่รู้จบของเหล่ารายการโทรทัศน์และนิตยสาร
นักแสดงก็พากันออกจากห้องประชุม เพื่อไปถ่ายรูปหมู่กันต่อที่บริเวณหน้าห้อง



หลังจากรูปหมู่ แต่ละคนก็แยกออกไปให้ถ่ายภาพเดี่ยวกัน
และนั่นทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้เธออีกครั้ง

ช่างภาพมากหน้าหลายตารายล้อมเธอ
บางคนย่อตัวลงนั่ง เพื่อไม่เป็นการบังคนที่อยู่ด้านหลัง
ผมเองก็เช่นกัน

มันเหมือนกับผู้คนที่ต่ำต้อยกำลังคุกเข่าต่อหน้านางฟ้าผู้เลอโฉม
วอนขอให้เธอได้มอบพรศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา

ผมนั่งคุกเข่าห่างจากเธอประมาณครึ่งเมตร
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้

เสียงใครคนหนึ่งที่อยู่อีกด้าน เรียกเธอให้หันไป

แล้วเธอก็หันไปตามเสียงนั้น



แล้วเขาคนนั้นก็เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่ได้รอยยิ้มแสนสวยของเธอเก็บไว้

อีกครั้ง ช่างภาพที่นั่งอยู่ข้างผมด้านขวามือ เขาเอ่ยปากเรียกเธอ
อีกครั้ง เธอหันไป



และอีกครั้ง ช่างภาพคนนั้นก็ปลีกตัวออกไปทันทีเช่นคนอื่นๆ หลังจากได้ถ่ายภาพเธอ
เหมือนทุกคนเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

ผมไม่คิดเช่นนั้น ..

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า แล้วกลั่นออกมาด้วยความยากลำบาก
แปรสภาพมันให้ออกมาเป็นคำพูด หวังจะทำให้เธอได้ยิน และหันมาทางผม ..
ในที่สุด ผมก็พูดออกไป ..

"นะ--"
"น้องนาถครับ ทางนี้ครับ"

แต่เสียงของใครคนหนึ่งได้ทำให้ผมหยุดชะงัก และทำให้เสียงของผมหมดความหมาย ..

แน่นอน เธอหันไปที่เขา ไม่ใช่ผม ..



ผมมองเธอยิ้มให้ใครคนนั้น
เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังขึ้นอีก
ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม
วันนี้คงกลับบ้านไปพร้อมกล้องที่ไม่มีภาพที่เธอมองกล้องแม้แต่ใบเดียว
ความหวังดับลงจนหมดสิ้น เมื่อผมได้ยินใครบางคนเรียกเธออีกครั้ง

วินาทีนั้นเอง
ความหวังที่หมดลงมันได้แปรสภาพเป็นบางอย่าง

ภาพของเธอในจอ LCD ที่กล้องในมือผม ..

เธอกำลังมองมาทางนี้ ..

เธอยิ้ม

ใช่ .. เธอมองมาทางนี้


...


ผมมองเห็นตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าขอพรต่อหน้านางฟ้า
นางฟ้าผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงสีแดง


ในตอนนี้ ผมได้รับพรอันประเสริฐนั้นแล้ว ..


...


สมองสั่งการให้ผมกดปุ่มถ่ายภาพทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มไปด้วย
ผมเลื่อนกล้องลง ทำให้ผมไม่ต้องมองเธอผ่านจอ LCD อีกต่อไป

แต่แววตาของเธอที่มองมา ทำผมประหม่า ..


"..ครับ"

เพราะความตื่นเต้น ผมตั้งใจจะพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ให้เธอได้ยิน
แต่กลับไม่มีเสียงออกมา มีเพียงพยางค์สุดท้ายเบาๆ เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ยินเลย ..

เธอฉีกยิ้มสวยกว่าเดิม ก้มหน้าเล็กน้อย
แล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงเช่นเดียวกับผม


"ค่ะ"



ผมจะจดจำไว้ตลอดไป




..วันนี้ ผมได้สบตากับนางฟ้า ..















OST. Densha Otoko / A Fateful Encounter

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #3

หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย
แต่สื่อมวลชนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
งานแถลงข่าวเริ่มช้ากว่ากำหนดไปซะนาน
แต่ผมเองก็ยังลุ้นอยู่ว่าถ้าเราแอบเนียนเข้าไป จะโดนรปภ.ลากตัวออกมาไหม ..

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ผมก็เห็นนักข่าวจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องประชุม
พี่ฉานส่งสัญญาณให้ผมกับพี่เคี้ยงเดินเข้าไปได้แล้ว
เราสามคนเดินเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ ที่เป็นเหมือนห้องสำหรับพรีเซนต์งานที่มหาวิทยาลัย
เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงกัน ติดป้าย GMM MGA ที่พนัก
เวทีขนาดเล็กๆ หน้าห้อง และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ฉากหลังบนเวทีเป็นภาพอาร์ตและโลโก้ที่แปลกตาไป
คงจะเป็นแบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในอัลบั้มเพลงโดยเฉพาะ

ผมตัดสินใจไม่ขึ้นไปนั่งที่นั่งที่ด้านหลัง
เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวคือ อยู่ไกลเวที ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป
พี่ฉานเดินหามุมดีๆ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะขนาดของห้องที่แคบเหลือเกิน
สื่อมวลชนเริ่มทยอยเดินเข้ามากันจนเต็ม
เราสามคนจับจองพื้นที่บริเวณหน้าเวทีด้านขวา
นักข่าวอีกหลายคนก็เลือกที่จะอยู่มุมเดียวกับเราเช่นกัน
โชคดีที่ไม่มีใครมาสะกิดและเรียกออกไปสอบสวนนอกห้อง เพราะเราไม่ใช่สื่อมวลชน ..

เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากสื่อมวลชนเงียบลง
เพราะฉากหลังจากเครื่องโปรเจคเตอร์มืดไป
ภาพต่อมาเป็นคลิปสั้นๆ แสดงถึงแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์
ที่ทำให้ออกมามาเป็นเพลงทั้งสิบเพลงในอัลบั้มพิเศษนี้

ภาพแรงบันดาลใจจบลง
ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังเวที

หัวใจผมตกวูบ ..

เธอ ..

เธอมาแล้ว

แน่ใจใช่ไหมว่ารัก ..
ผมเปลี่ยนโหมดกล้องให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
แล้วหันกล้องไปที่เธอจนเธอร้องเพลงนี้จบ
ชุดสีแดงน่ารักเข้ากับตัวเธอจริงๆ



หลังจากที่เธอกลับเข้าไป
พระเอกของเรื่องก็ออกมาโชว์เพลง
แต่ความสนใจของผมก็ลดต่ำลง
ได้แต่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งบ้างประปราย
ได้แต่รอเวลาให้เธอออกมาอีกครั้ง

ต่าย กับเพลงฤดูรัก เพลงใสๆ ฟังแล้วนุ่มนวลดี
ผมยืนฟังจนเพลิน
และเมื่อจบเพลงนี้
คนที่ผมรอคอยก็มาสักที

ยึกยัก .. เธอนั่นแหละที่ยึกยัก
ท่าเต้นยึกยักของเธอ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก
และนั่นทำให้ผมลืมถ่ายภาพไปชั่วขณะ
ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นิ้วชี้มือขวาจึงจะรู้หน้าที่ของมัน ..



บนเวที จะมีคนยืนอยู่เยอะแค่ไหน



แต่ผมก็มองเห็นเธอเพียงคนเดียว



คนเดียวเท่านั้น ..



รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมเผลอกดชัตเตอร์ติดต่อกันมากกว่าสิบครั้ง














...


การแสดงและแนะนำอัลบั้มจบลง
งานแถลงข่าวและเปิดตัวก็จบลงเช่นกัน
หลังจากที่สื่อมวลชนจากหลากหลายสังกัดได้มาสัมภาษณ์
ผมก็เบียดเหล่าฝูงชนเข้าไป พยายามที่จะเก็บภาพของเธอ
ช่างภาพหลายคนเรียกให้เธอมองกล้อง เธอก็มองตาม
แต่ผมไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
เพราะเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อเรียกเธอ มันไปไม่ถึงเธอ
แต่ติดอยู่ในลำคอของผมเอง ..

ผมกลั้นใจ รวบรวมความกล้า
และพูดออกไป

"นาถครับ ขอกล้องนี้นะครับ"

แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยิน
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ เธอก็หันหลังกลับ
และเดินไปให้สัมภาษณ์กับสถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งบนเวที
ทิ้งผมให้ยืนอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
ผมเก็บภาพเธอมาได้เป็นจำนวนมาก








แต่ทุกภาพที่ได้มา



..ไม่มีภาพใดเลย ที่สายตาเธอจะมองมาที่กล้องของผม


...


หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ไม่รู้จบของเหล่ารายการโทรทัศน์และนิตยสาร
นักแสดงก็พากันออกจากห้องประชุม เพื่อไปถ่ายรูปหมู่กันต่อที่บริเวณหน้าห้อง



หลังจากรูปหมู่ แต่ละคนก็แยกออกไปให้ถ่ายภาพเดี่ยวกัน
และนั่นทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้เธออีกครั้ง

ช่างภาพมากหน้าหลายตารายล้อมเธอ
บางคนย่อตัวลงนั่ง เพื่อไม่เป็นการบังคนที่อยู่ด้านหลัง
ผมเองก็เช่นกัน

มันเหมือนกับผู้คนที่ต่ำต้อยกำลังคุกเข่าต่อหน้านางฟ้าผู้เลอโฉม
วอนขอให้เธอได้มอบพรศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา

ผมนั่งคุกเข่าห่างจากเธอประมาณครึ่งเมตร
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้

เสียงใครคนหนึ่งที่อยู่อีกด้าน เรียกเธอให้หันไป

แล้วเธอก็หันไปตามเสียงนั้น



แล้วเขาคนนั้นก็เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่ได้รอยยิ้มแสนสวยของเธอเก็บไว้

อีกครั้ง ช่างภาพที่นั่งอยู่ข้างผมด้านขวามือ เขาเอ่ยปากเรียกเธอ
อีกครั้ง เธอหันไป



และอีกครั้ง ช่างภาพคนนั้นก็ปลีกตัวออกไปทันทีเช่นคนอื่นๆ หลังจากได้ถ่ายภาพเธอ
เหมือนทุกคนเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

ผมไม่คิดเช่นนั้น ..

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า แล้วกลั่นออกมาด้วยความยากลำบาก
แปรสภาพมันให้ออกมาเป็นคำพูด หวังจะทำให้เธอได้ยิน และหันมาทางผม ..
ในที่สุด ผมก็พูดออกไป ..

"นะ--"
"น้องนาถครับ ทางนี้ครับ"

แต่เสียงของใครคนหนึ่งได้ทำให้ผมหยุดชะงัก และทำให้เสียงของผมหมดความหมาย ..

แน่นอน เธอหันไปที่เขา ไม่ใช่ผม ..



ผมมองเธอยิ้มให้ใครคนนั้น
เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังขึ้นอีก
ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม
วันนี้คงกลับบ้านไปพร้อมกล้องที่ไม่มีภาพที่เธอมองกล้องแม้แต่ใบเดียว
ความหวังดับลงจนหมดสิ้น เมื่อผมได้ยินใครบางคนเรียกเธออีกครั้ง

วินาทีนั้นเอง
ความหวังที่หมดลงมันได้แปรสภาพเป็นบางอย่าง

ภาพของเธอในจอ LCD ที่กล้องในมือผม ..

เธอกำลังมองมาทางนี้ ..

เธอยิ้ม

ใช่ .. เธอมองมาทางนี้


...


ผมมองเห็นตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าขอพรต่อหน้านางฟ้า
นางฟ้าผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงสีแดง


ในตอนนี้ ผมได้รับพรอันประเสริฐนั้นแล้ว ..


...


สมองสั่งการให้ผมกดปุ่มถ่ายภาพทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มไปด้วย
ผมเลื่อนกล้องลง ทำให้ผมไม่ต้องมองเธอผ่านจอ LCD อีกต่อไป

แต่แววตาของเธอที่มองมา ทำผมประหม่า ..


"..ครับ"

เพราะความตื่นเต้น ผมตั้งใจจะพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ให้เธอได้ยิน
แต่กลับไม่มีเสียงออกมา มีเพียงพยางค์สุดท้ายเบาๆ เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ยินเลย ..

เธอฉีกยิ้มสวยกว่าเดิม ก้มหน้าเล็กน้อย
แล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงเช่นเดียวกับผม


"ค่ะ"



ผมจะจดจำไว้ตลอดไป




..วันนี้ ผมได้สบตากับนางฟ้า ..















OST. Densha Otoko / A Fateful Encounter

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #2

ผมฝันเป็นเรื่องราวฟุ้งซ่านติดต่อกันสองคืนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุจริงๆ ที่เป็นแบบนี้
มันน่าจะอยู่ที่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ..


...


บ่ายวันที่ 19


"เสร็จไปอีกงาน .. เฮ่อ โล่งใจ"

ผมพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากที่ออกจากห้องพักครูอาจารย์คณะนิติศาสตร์
ผมเพิ่งส่งรายงานวิชากฎหมายสื่อสารมวลชนไป พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
หลังจากที่ลำบากตรากตรำกับรายงานสุดโหดวิชานี้มาเป็นเวลาเดือนเศษ
ตอนนี้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
งานที่เหลือก็มีอีกแค่ 3 วิชา หลังจากนี้คงไม่มีอะไรหนักหนาแล้ว
นั่นเพราะเราผ่านสิ่งที่ยากที่สุดไปได้แล้ว ซึ่งก็คือรายงานวิชากฎหมายนี่เอง

ท้องฟ้าวันนี้ใส มีเมฆมาก แต่ไม่มากพอที่จะเกาะกลุ่มกันบดบังแสงอาทิตย์
และกลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำ เหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมา
วันนี้อากาศดีจริงๆ ..

ในมือผมมีกล้องที่ยืมมาจากเต้ย เพื่อนผู้ใจดีของผมเอง
เต้ยให้ยืมกล้องในทุกสถานการณ์ แม้ว่าผมจะชอบเอาไปถ่ายอะไรไร้สาระก็ตาม
แล้ววันนี้ก็คงเป็นอีกครั้งนึง ที่ผมไม่ได้ยืมกล้องเต้ยไปใช้เพื่อทำงาน


...


บนรถตู้โดยสาร ฟิวเจอร์พาร์ค-อนุสาวรีย์ชัย ด่วนโทลล์เวย์
ผมพยายามข่มตาตัวเองให้นอนหลับ เพื่อชดเชยเวลานอน ที่ขาดหายไปสะสมมาหลายวันแล้ว

เมื่อเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ของเมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 17)
ผมได้ดูรายการ ที่นี่หมอชิต
ทางรายการได้ทำสกู๊ปพิเศษ
พาไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่สอนดนตรีเป็นวิชาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมแห่งเดียวในประเทศไทย
วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ผมนึกอยากเรียนที่นี่ตั้งแต่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้ว
เพราะชอบบรรยากาศในการเรียน เสียงดนตรี และสภาพแวดล้อมของตัวโรงเรียนที่สื่อออกมาในหนัง
แต่ ที่นี่หมอชิต ที่พาไปชมแทบจะทั่วโรงเรียน ก็ทำให้ผมอยากเรียนที่นี่มากขึ้นไปอีก

หลังจากที่สกู๊ปพิเศษพาชมโรงเรียนจบลง
ช่วงต่อไปก็เป็นการสัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์และนักแสดงนำ 3 คนในเรื่อง
ต่าย บอล นาถ
บทสัมภาษณ์ก็เดิมๆ เป็นเรื่องที่ผมได้อ่านและได้ดูมาบ่อยแล้ว
แทบจะไม่มีอะไรใหม่เลย

แต่สิ่งเดียวที่ต่างไปคือรอยยิ้มของนาถ
มันทำให้ผมใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็น ..

จุดเริ่มต้นของการเดินทางพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือครั้งนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
ขณะที่ผมกำลังอยู่ที่บ้านเต ที่แนทไปทำงาน และผมก็ติดสอยห้อยตามไปด้วย
ได้มีโทรศัพท์จากพี่ฉาน จากเว็บแฟนคลับของนาถ
ที่เคยเจอกันเมื่อตอนไปร่วมงานดูหนังด้วยเกล้า ที่พารากอน เมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา
พี่ฉานบอกว่า พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มพิเศษของนักแสดงเรื่อง Seasons Change
ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าจะไปได้ เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าต้องอยู่ทำงานอะไรเพิ่มเติมที่มหาลัยรึเปล่า
แต่ในที่สุดก็จัดการทุกอย่างให้ลงตัว และสามารถไปได้


...


ผมไม่คุ้นเส้นทางย่านอโศกเลย
รู้เพียงว่าการเดินทางไปยังอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส
ทำได้โดยขึ้นรถไฟฟ้าจากอนุสาวรีย์มาลงที่อโศก แล้วเดินไป
แต่เดินไปทางไหน .. ผมไม่รู้

ผมเดินไปตามทางที่คิดว่าน่าจะถูก
แต่ก็ยาก เพราะตึกและอาคารสำนักงานในแถบนี้มีเยอะเหลือเกิน
เป็นการยากที่จะเดินหาได้โดยการคาดคะเน


...


ผมจ่ายเงิน 10 บาท เป็นค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง
แล้วมุ่งหน้าสู่ตึกจีเอ็มเอ็ม
บังเอิญที่พี่ฉานก็มาพร้อมกับผมพอดี

พี่ฉานบอกว่ายังมีพี่อีกคนที่ได้ชวนมาด้วย และเขายังมาไม่ถึง
เป็นพี่ในบอร์ดเหมือนกัน ชื่อพี่เคี้ยง
ก็ต้องรอจนกว่าพี่เคี้ยงจะมาถึงก่อน เราถึงจะไปพร้อมกัน

ผมสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ล็อบบี้
ก่อนจะเข้าไปต้องแลกบัตรก่อน
งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนมาทำข่าวกัน
แต่เราไม่ใช่ แล้วจะเข้าไปได้หรือ ?

พี่ฉานบอกว่าน่าจะเข้าได้ เราก็เข้าไปเซ็นชื่อที่หน้างาน
ปลอมตัวทำทีเป็นสื่อมวลชน เขาก็น่าจะให้เข้า
ไหนๆ ก็ถือกล้องมากันอยู่แล้ว คงจะเนียนเข้าไปได้
นี่เป็นคำตอบจากพี่ฉานที่มีประสบการณ์การทำงานเป็นสื่อมาก่อน

และแล้วพี่เคี้ยงก็มาถึง เสื้อยืดสีขาวไม่มีลายกับกางเกงยีนส์
บุคลิกของพี่เคี้ยงตรงตามที่ผมจินตนาการเอาไว้เลย
หลังจากที่พี่ฉานบอกไว้ว่าเขารับจ้างถ่ายรูปเป็นอาชีพ
การแต่งตัวเลยดูง่ายๆ เซอร์ๆ แบบนี้

เราสามคนไปแลกบัตรที่เคาน์เตอร์
ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่นำบัตรประชาชนไปแลกบัตร Visitor มาติดเสื้อไว้เท่านั้นเอง
ผมโล่งใจ นึกว่าจะมีการตรวจสอบกันมากกว่านี้
พวกเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่ 21 ที่ที่จะมีการจัดงานแถลงข่าว


...


ที่หน้าลิฟต์ มีโปสเตอร์โฆษณาอัลบั้ม Seasons Change ติดอยู่
ทำให้แน่ใจได้ว่าพวกเรามาไม่ผิดชั้น

เดินตรงเข้าไป ก่อนถึงห้องประชุมก็มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ พร้อมสมุดลงชื่ออยู่
มีป้ายติดไว้ว่า 'สื่อมวลชน'
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา
ผมเห็นพี่ต้น ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสวนไป

เสียงเพลงคุ้นหูดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง
เป็นเพลง วัดใจ ที่นักแสดงทั้งห้าคนร้องนั่นเอง

"ไปลงชื่อก่อนนะ"

พี่ฉานพูดขึ้นก่อนเดินนำพวกเราไปที่เคาน์เตอร์
แต่ทันทีที่พี่ฉานจรดปากกาเขียนในช่อง 'สังกัด' ว่า 'Nartfanclub.com'
พนักงานก็เงยหน้าขึ้นมามองและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"แฟนคลับไม่ต้องเซ็นนะครับ"

เอาแล้ว ..


...


พวกเรามายืนรอที่อีกมุมหนึ่งของห้อง
ดูเหมือนเขาไม่ต้อนรับคนที่ไม่ใช่สื่อมวลชนเลย
แล้วนี่พวกเราจะเข้าไปได้ไหม ?

เห็นคุณสิน ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับเรื่องแก๊งชะนีเดินออกจากห้องไป

นักข่าวหลายคนเข้าไปลงชื่อ
และได้พูดคุยยิ้มแย้มกับพนักงานคนเดียวกับที่ทำหน้าบึ้งใส่พวกเราเมื่อครู่

ตอนนี้ก็คงได้แต่รอลุ้น ..
เวลาเริ่มงานคือ 17.30 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 17.20 น.
อีก 10 นาทีเท่านั้น

รอ .. รอ .. รอ .. รอ ..


...


เพลงในอัลบั้มถูกเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนวนกลับมาที่เพลงเดิม 2 ครั้ง




..เวลาล่วงเลยจนถึง 17.48 น. แต่พวกเราก็ยังไม่ได้เข้าไปข้างในห้องประชุม




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Graceful Trading

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #3

หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย
แต่สื่อมวลชนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
งานแถลงข่าวเริ่มช้ากว่ากำหนดไปซะนาน
แต่ผมเองก็ยังลุ้นอยู่ว่าถ้าเราแอบเนียนเข้าไป จะโดนรปภ.ลากตัวออกมาไหม ..

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ผมก็เห็นนักข่าวจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องประชุม
พี่ฉานส่งสัญญาณให้ผมกับพี่เคี้ยงเดินเข้าไปได้แล้ว
เราสามคนเดินเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ ที่เป็นเหมือนห้องสำหรับพรีเซนต์งานที่มหาวิทยาลัย
เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงกัน ติดป้าย GMM MGA ที่พนัก
เวทีขนาดเล็กๆ หน้าห้อง และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ฉากหลังบนเวทีเป็นภาพอาร์ตและโลโก้ที่แปลกตาไป
คงจะเป็นแบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในอัลบั้มเพลงโดยเฉพาะ

ผมตัดสินใจไม่ขึ้นไปนั่งที่นั่งที่ด้านหลัง
เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวคือ อยู่ไกลเวที ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป
พี่ฉานเดินหามุมดีๆ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะขนาดของห้องที่แคบเหลือเกิน
สื่อมวลชนเริ่มทยอยเดินเข้ามากันจนเต็ม
เราสามคนจับจองพื้นที่บริเวณหน้าเวทีด้านขวา
นักข่าวอีกหลายคนก็เลือกที่จะอยู่มุมเดียวกับเราเช่นกัน
โชคดีที่ไม่มีใครมาสะกิดและเรียกออกไปสอบสวนนอกห้อง เพราะเราไม่ใช่สื่อมวลชน ..

เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากสื่อมวลชนเงียบลง
เพราะฉากหลังจากเครื่องโปรเจคเตอร์มืดไป
ภาพต่อมาเป็นคลิปสั้นๆ แสดงถึงแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์
ที่ทำให้ออกมามาเป็นเพลงทั้งสิบเพลงในอัลบั้มพิเศษนี้

ภาพแรงบันดาลใจจบลง
ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังเวที

หัวใจผมตกวูบ ..

เธอ ..

เธอมาแล้ว

แน่ใจใช่ไหมว่ารัก ..
ผมเปลี่ยนโหมดกล้องให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
แล้วหันกล้องไปที่เธอจนเธอร้องเพลงนี้จบ
ชุดสีแดงน่ารักเข้ากับตัวเธอจริงๆ



หลังจากที่เธอกลับเข้าไป
พระเอกของเรื่องก็ออกมาโชว์เพลง
แต่ความสนใจของผมก็ลดต่ำลง
ได้แต่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งบ้างประปราย
ได้แต่รอเวลาให้เธอออกมาอีกครั้ง

ต่าย กับเพลงฤดูรัก เพลงใสๆ ฟังแล้วนุ่มนวลดี
ผมยืนฟังจนเพลิน
และเมื่อจบเพลงนี้
คนที่ผมรอคอยก็มาสักที

ยึกยัก .. เธอนั่นแหละที่ยึกยัก
ท่าเต้นยึกยักของเธอ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก
และนั่นทำให้ผมลืมถ่ายภาพไปชั่วขณะ
ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นิ้วชี้มือขวาจึงจะรู้หน้าที่ของมัน ..



บนเวที จะมีคนยืนอยู่เยอะแค่ไหน



แต่ผมก็มองเห็นเธอเพียงคนเดียว



คนเดียวเท่านั้น ..



รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมเผลอกดชัตเตอร์ติดต่อกันมากกว่าสิบครั้ง














...


การแสดงและแนะนำอัลบั้มจบลง
งานแถลงข่าวและเปิดตัวก็จบลงเช่นกัน
หลังจากที่สื่อมวลชนจากหลากหลายสังกัดได้มาสัมภาษณ์
ผมก็เบียดเหล่าฝูงชนเข้าไป พยายามที่จะเก็บภาพของเธอ
ช่างภาพหลายคนเรียกให้เธอมองกล้อง เธอก็มองตาม
แต่ผมไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
เพราะเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อเรียกเธอ มันไปไม่ถึงเธอ
แต่ติดอยู่ในลำคอของผมเอง ..

ผมกลั้นใจ รวบรวมความกล้า
และพูดออกไป

"นาถครับ ขอกล้องนี้นะครับ"

แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยิน
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ เธอก็หันหลังกลับ
และเดินไปให้สัมภาษณ์กับสถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งบนเวที
ทิ้งผมให้ยืนอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
ผมเก็บภาพเธอมาได้เป็นจำนวนมาก








แต่ทุกภาพที่ได้มา



..ไม่มีภาพใดเลย ที่สายตาเธอจะมองมาที่กล้องของผม


...


หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ไม่รู้จบของเหล่ารายการโทรทัศน์และนิตยสาร
นักแสดงก็พากันออกจากห้องประชุม เพื่อไปถ่ายรูปหมู่กันต่อที่บริเวณหน้าห้อง



หลังจากรูปหมู่ แต่ละคนก็แยกออกไปให้ถ่ายภาพเดี่ยวกัน
และนั่นทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้เธออีกครั้ง

ช่างภาพมากหน้าหลายตารายล้อมเธอ
บางคนย่อตัวลงนั่ง เพื่อไม่เป็นการบังคนที่อยู่ด้านหลัง
ผมเองก็เช่นกัน

มันเหมือนกับผู้คนที่ต่ำต้อยกำลังคุกเข่าต่อหน้านางฟ้าผู้เลอโฉม
วอนขอให้เธอได้มอบพรศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา

ผมนั่งคุกเข่าห่างจากเธอประมาณครึ่งเมตร
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้

เสียงใครคนหนึ่งที่อยู่อีกด้าน เรียกเธอให้หันไป

แล้วเธอก็หันไปตามเสียงนั้น



แล้วเขาคนนั้นก็เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่ได้รอยยิ้มแสนสวยของเธอเก็บไว้

อีกครั้ง ช่างภาพที่นั่งอยู่ข้างผมด้านขวามือ เขาเอ่ยปากเรียกเธอ
อีกครั้ง เธอหันไป



และอีกครั้ง ช่างภาพคนนั้นก็ปลีกตัวออกไปทันทีเช่นคนอื่นๆ หลังจากได้ถ่ายภาพเธอ
เหมือนทุกคนเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

ผมไม่คิดเช่นนั้น ..

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า แล้วกลั่นออกมาด้วยความยากลำบาก
แปรสภาพมันให้ออกมาเป็นคำพูด หวังจะทำให้เธอได้ยิน และหันมาทางผม ..
ในที่สุด ผมก็พูดออกไป ..

"นะ--"
"น้องนาถครับ ทางนี้ครับ"

แต่เสียงของใครคนหนึ่งได้ทำให้ผมหยุดชะงัก และทำให้เสียงของผมหมดความหมาย ..

แน่นอน เธอหันไปที่เขา ไม่ใช่ผม ..



ผมมองเธอยิ้มให้ใครคนนั้น
เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังขึ้นอีก
ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม
วันนี้คงกลับบ้านไปพร้อมกล้องที่ไม่มีภาพที่เธอมองกล้องแม้แต่ใบเดียว
ความหวังดับลงจนหมดสิ้น เมื่อผมได้ยินใครบางคนเรียกเธออีกครั้ง

วินาทีนั้นเอง
ความหวังที่หมดลงมันได้แปรสภาพเป็นบางอย่าง

ภาพของเธอในจอ LCD ที่กล้องในมือผม ..

เธอกำลังมองมาทางนี้ ..

เธอยิ้ม

ใช่ .. เธอมองมาทางนี้


...


ผมมองเห็นตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าขอพรต่อหน้านางฟ้า
นางฟ้าผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงสีแดง


ในตอนนี้ ผมได้รับพรอันประเสริฐนั้นแล้ว ..


...


สมองสั่งการให้ผมกดปุ่มถ่ายภาพทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มไปด้วย
ผมเลื่อนกล้องลง ทำให้ผมไม่ต้องมองเธอผ่านจอ LCD อีกต่อไป

แต่แววตาของเธอที่มองมา ทำผมประหม่า ..


"..ครับ"

เพราะความตื่นเต้น ผมตั้งใจจะพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ให้เธอได้ยิน
แต่กลับไม่มีเสียงออกมา มีเพียงพยางค์สุดท้ายเบาๆ เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ยินเลย ..

เธอฉีกยิ้มสวยกว่าเดิม ก้มหน้าเล็กน้อย
แล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงเช่นเดียวกับผม


"ค่ะ"



ผมจะจดจำไว้ตลอดไป




..วันนี้ ผมได้สบตากับนางฟ้า ..















OST. Densha Otoko / A Fateful Encounter

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #2

ผมฝันเป็นเรื่องราวฟุ้งซ่านติดต่อกันสองคืนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุจริงๆ ที่เป็นแบบนี้
มันน่าจะอยู่ที่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ..


...


บ่ายวันที่ 19


"เสร็จไปอีกงาน .. เฮ่อ โล่งใจ"

ผมพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากที่ออกจากห้องพักครูอาจารย์คณะนิติศาสตร์
ผมเพิ่งส่งรายงานวิชากฎหมายสื่อสารมวลชนไป พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
หลังจากที่ลำบากตรากตรำกับรายงานสุดโหดวิชานี้มาเป็นเวลาเดือนเศษ
ตอนนี้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
งานที่เหลือก็มีอีกแค่ 3 วิชา หลังจากนี้คงไม่มีอะไรหนักหนาแล้ว
นั่นเพราะเราผ่านสิ่งที่ยากที่สุดไปได้แล้ว ซึ่งก็คือรายงานวิชากฎหมายนี่เอง

ท้องฟ้าวันนี้ใส มีเมฆมาก แต่ไม่มากพอที่จะเกาะกลุ่มกันบดบังแสงอาทิตย์
และกลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำ เหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมา
วันนี้อากาศดีจริงๆ ..

ในมือผมมีกล้องที่ยืมมาจากเต้ย เพื่อนผู้ใจดีของผมเอง
เต้ยให้ยืมกล้องในทุกสถานการณ์ แม้ว่าผมจะชอบเอาไปถ่ายอะไรไร้สาระก็ตาม
แล้ววันนี้ก็คงเป็นอีกครั้งนึง ที่ผมไม่ได้ยืมกล้องเต้ยไปใช้เพื่อทำงาน


...


บนรถตู้โดยสาร ฟิวเจอร์พาร์ค-อนุสาวรีย์ชัย ด่วนโทลล์เวย์
ผมพยายามข่มตาตัวเองให้นอนหลับ เพื่อชดเชยเวลานอน ที่ขาดหายไปสะสมมาหลายวันแล้ว

เมื่อเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ของเมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 17)
ผมได้ดูรายการ ที่นี่หมอชิต
ทางรายการได้ทำสกู๊ปพิเศษ
พาไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่สอนดนตรีเป็นวิชาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมแห่งเดียวในประเทศไทย
วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ผมนึกอยากเรียนที่นี่ตั้งแต่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้ว
เพราะชอบบรรยากาศในการเรียน เสียงดนตรี และสภาพแวดล้อมของตัวโรงเรียนที่สื่อออกมาในหนัง
แต่ ที่นี่หมอชิต ที่พาไปชมแทบจะทั่วโรงเรียน ก็ทำให้ผมอยากเรียนที่นี่มากขึ้นไปอีก

หลังจากที่สกู๊ปพิเศษพาชมโรงเรียนจบลง
ช่วงต่อไปก็เป็นการสัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์และนักแสดงนำ 3 คนในเรื่อง
ต่าย บอล นาถ
บทสัมภาษณ์ก็เดิมๆ เป็นเรื่องที่ผมได้อ่านและได้ดูมาบ่อยแล้ว
แทบจะไม่มีอะไรใหม่เลย

แต่สิ่งเดียวที่ต่างไปคือรอยยิ้มของนาถ
มันทำให้ผมใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็น ..

จุดเริ่มต้นของการเดินทางพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือครั้งนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
ขณะที่ผมกำลังอยู่ที่บ้านเต ที่แนทไปทำงาน และผมก็ติดสอยห้อยตามไปด้วย
ได้มีโทรศัพท์จากพี่ฉาน จากเว็บแฟนคลับของนาถ
ที่เคยเจอกันเมื่อตอนไปร่วมงานดูหนังด้วยเกล้า ที่พารากอน เมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา
พี่ฉานบอกว่า พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มพิเศษของนักแสดงเรื่อง Seasons Change
ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าจะไปได้ เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าต้องอยู่ทำงานอะไรเพิ่มเติมที่มหาลัยรึเปล่า
แต่ในที่สุดก็จัดการทุกอย่างให้ลงตัว และสามารถไปได้


...


ผมไม่คุ้นเส้นทางย่านอโศกเลย
รู้เพียงว่าการเดินทางไปยังอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส
ทำได้โดยขึ้นรถไฟฟ้าจากอนุสาวรีย์มาลงที่อโศก แล้วเดินไป
แต่เดินไปทางไหน .. ผมไม่รู้

ผมเดินไปตามทางที่คิดว่าน่าจะถูก
แต่ก็ยาก เพราะตึกและอาคารสำนักงานในแถบนี้มีเยอะเหลือเกิน
เป็นการยากที่จะเดินหาได้โดยการคาดคะเน


...


ผมจ่ายเงิน 10 บาท เป็นค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง
แล้วมุ่งหน้าสู่ตึกจีเอ็มเอ็ม
บังเอิญที่พี่ฉานก็มาพร้อมกับผมพอดี

พี่ฉานบอกว่ายังมีพี่อีกคนที่ได้ชวนมาด้วย และเขายังมาไม่ถึง
เป็นพี่ในบอร์ดเหมือนกัน ชื่อพี่เคี้ยง
ก็ต้องรอจนกว่าพี่เคี้ยงจะมาถึงก่อน เราถึงจะไปพร้อมกัน

ผมสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ล็อบบี้
ก่อนจะเข้าไปต้องแลกบัตรก่อน
งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนมาทำข่าวกัน
แต่เราไม่ใช่ แล้วจะเข้าไปได้หรือ ?

พี่ฉานบอกว่าน่าจะเข้าได้ เราก็เข้าไปเซ็นชื่อที่หน้างาน
ปลอมตัวทำทีเป็นสื่อมวลชน เขาก็น่าจะให้เข้า
ไหนๆ ก็ถือกล้องมากันอยู่แล้ว คงจะเนียนเข้าไปได้
นี่เป็นคำตอบจากพี่ฉานที่มีประสบการณ์การทำงานเป็นสื่อมาก่อน

และแล้วพี่เคี้ยงก็มาถึง เสื้อยืดสีขาวไม่มีลายกับกางเกงยีนส์
บุคลิกของพี่เคี้ยงตรงตามที่ผมจินตนาการเอาไว้เลย
หลังจากที่พี่ฉานบอกไว้ว่าเขารับจ้างถ่ายรูปเป็นอาชีพ
การแต่งตัวเลยดูง่ายๆ เซอร์ๆ แบบนี้

เราสามคนไปแลกบัตรที่เคาน์เตอร์
ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่นำบัตรประชาชนไปแลกบัตร Visitor มาติดเสื้อไว้เท่านั้นเอง
ผมโล่งใจ นึกว่าจะมีการตรวจสอบกันมากกว่านี้
พวกเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่ 21 ที่ที่จะมีการจัดงานแถลงข่าว


...


ที่หน้าลิฟต์ มีโปสเตอร์โฆษณาอัลบั้ม Seasons Change ติดอยู่
ทำให้แน่ใจได้ว่าพวกเรามาไม่ผิดชั้น

เดินตรงเข้าไป ก่อนถึงห้องประชุมก็มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ พร้อมสมุดลงชื่ออยู่
มีป้ายติดไว้ว่า 'สื่อมวลชน'
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา
ผมเห็นพี่ต้น ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสวนไป

เสียงเพลงคุ้นหูดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง
เป็นเพลง วัดใจ ที่นักแสดงทั้งห้าคนร้องนั่นเอง

"ไปลงชื่อก่อนนะ"

พี่ฉานพูดขึ้นก่อนเดินนำพวกเราไปที่เคาน์เตอร์
แต่ทันทีที่พี่ฉานจรดปากกาเขียนในช่อง 'สังกัด' ว่า 'Nartfanclub.com'
พนักงานก็เงยหน้าขึ้นมามองและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"แฟนคลับไม่ต้องเซ็นนะครับ"

เอาแล้ว ..


...


พวกเรามายืนรอที่อีกมุมหนึ่งของห้อง
ดูเหมือนเขาไม่ต้อนรับคนที่ไม่ใช่สื่อมวลชนเลย
แล้วนี่พวกเราจะเข้าไปได้ไหม ?

เห็นคุณสิน ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับเรื่องแก๊งชะนีเดินออกจากห้องไป

นักข่าวหลายคนเข้าไปลงชื่อ
และได้พูดคุยยิ้มแย้มกับพนักงานคนเดียวกับที่ทำหน้าบึ้งใส่พวกเราเมื่อครู่

ตอนนี้ก็คงได้แต่รอลุ้น ..
เวลาเริ่มงานคือ 17.30 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 17.20 น.
อีก 10 นาทีเท่านั้น

รอ .. รอ .. รอ .. รอ ..


...


เพลงในอัลบั้มถูกเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนวนกลับมาที่เพลงเดิม 2 ครั้ง




..เวลาล่วงเลยจนถึง 17.48 น. แต่พวกเราก็ยังไม่ได้เข้าไปข้างในห้องประชุม




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Graceful Trading

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #1

ไม่บ่อยเลยนะ ..
ที่เราจะนอนหลับฝันถึงใครบางคนได้ติดต่อกันหลายวัน
และคนที่เราฝันถึงคนนั้น คือคนคนเดียวกัน


...


เมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 19)

ผมอยู่ในรถตู้
ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผม
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ตัวละครของเธอไม่ได้เด่นเท่านางเอกของเรื่อง
แต่ผมก็ชอบเธอมากกว่านางเอกในเรื่องซะอีก
ผมได้ยินคนขับรถพูด
เรากำลังจะไปที่สตูดิโอ เพื่อถ่ายทำรายการหนึ่ง
ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ เวลานี้
และทำไมในมือของผมมีแฟ้มที่บันทึกคิวงานของเธอตลอดเดือนกันยายน
คิวงานโทรทัศน์ วิทยุ และโชว์ตัวตามที่ต่างๆ
ผมมองหน้าเธอ
เธอยิ้มให้
แต่รอยยิ้มและขอบตาของเธอแสดงให้เห็นว่างานที่เธอกำลังทำอยู่
มันทำให้เธอเหนื่อยเพียงใด
จนรถมาถึงสตูดิโอและเทียบท่าจอด ผมจึงได้รู้ ..


..ผมฝันไป

เมื่อลืมตาขึ้นมา ผมเห็นแต่เพดานห้องนอนของตัวเอง


...


เมื่อคืนนี้ (คืนวันที่ 20)

ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวในห้องห้องหนึ่ง
ในห้องนี้มีโต๊ะเครื่องแป้ง และกระจกบานใหญ่
คล้ายจะเป็นร้านเสริมสวย แต่มันเป็นแค่ห้องเล็กๆ เท่านั้น
ผู้หญิงคนเดิมนั่งอยู่ตรงหน้ากระจก เธอหันหลังให้ผม
แต่ผมมองเห็นหน้าเธอผ่านทางกระจก
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งกำลังใช้ไดร์เป่าผมทำให้เธอดูดีขึ้น
แต่ผมชอบตอนที่เธอไม่แต่งหน้า ไม่ทำผมมากกว่า มันดูเป็นธรรมชาติดี
จู่ๆ ก็มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนเรียกจากประตูห้อง
แล้วช่างแต่งหน้าก็เดินออกไปตามเสียงนั้น
ในห้องเหลือแค่ผมกับเธอสองคน
ผมเธอถูกดัดเป็นลอนสวยงามเรียบร้อย
แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ชอบตอนที่เธอผมตรงธรรมดามากกว่า
เธอมองผมผ่านกระจก แล้วถามขึ้นว่า

"วันนี้มีงานถึงกี่โมงนะบูม"

งาน .. ?
งานอะไรเหรอ
ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เธอถาม
ผมไม่รู้แม้แต่อะไรที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่กับเธอได้
ผมตอบเธอไป

"งานอะไรเหรอครับ"

เธอหัวเราะ ผมมองเธอ
ขอบตาเธอมีสีคล้ำเล็กน้อย เธอคงไม่ค่อยได้พักผ่อน
แต่รอยยิ้มของเธอทำให้อุณหภูมิบนใบหน้าผมสูงขึ้น
เธอคงไม่ทันสังเกตว่าผมหน้าแดง

"คนอย่างเธอตลกกับเค้าเป็นด้วยเหรอ
งานอะไร แหม ถามมาได้
ก็งานของเราน่ะสิ รายการนี้เราต้องอยู่อัดถึงกี่โมงอะ"

ผมทำหน้างงยิ่งกว่าเดิม
แต่มันทำให้เธอหัวเราะอีกแล้ว

"อ้าว ยังตลกไม่เลิกอีกแน่ะ เราดูเองก็ได้"

ว่าแล้วเธอก็เดินมาหยิบแฟ้มที่วางอยู่ข้างตัวผมและเปิดออกดู

"สามโมงครึ่งถึงห้าโมง อืม ..
แค่ออกไปร้องเพลงแล้วก็นั่งเฉยๆ สินะ"

ผมนึกออกแล้ว เธอมีนัดอัดรายการที่สตูดิโอแห่งนี้
และที่นี่เป็นห้องแต่งหน้า ส่วนผมก็เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ

"บูม แล้วรูปที่เธอขอถ่ายกับเราอะ เอาตอนนี้เลยละกัน เราว่างอยู่"

เธอเดินเข้ามาหาผม และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
เธอมานั่งข้างผม และเปิดฝาพับโทรศัพท์ออก
เธอขยับเข้ามาใกล้จนชิด หัวใจผมเต้นแรง
ร่างกายด้านขวาของผมชาไปทั้งแถบ
เธอยืดแขนถือโทรศัพท์ออกไปข้างหน้า ตรงหน้าเราทั้งสองคน
ผมมองกล้องเล็กๆ ที่อยู่บนโทรศัพท์เครื่องนั้น

"ยิ้มสิบูม อย่ามัวทำหน้างง"

ผมฉีกยิ้ม เป็นเวลาเดียวกันกับที่มีใครบางคนเดินเข้าประตูห้องมาพอดี
ผู้หญิงข้างๆ ผมชักมือกลับ แล้วซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหลัง
ผมจำได้ เขาชื่อว่าน แสดงหนังเรื่องเดียวกับเธอด้วย
เขาโบกมือทักทายผมกับเธอแล้วก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจก
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ต่าย บอล พลุ นักแสดงอีก 3 คนก็เดินเข้ามาพร้อมกันพร้อมกับเสียงพูดคุยเฮฮา
ต่ายพูดขึ้นเมื่อเห็นคนที่นั่งข้างๆ ผม

"นาถเมคอัพเสร็จแล้วเหรอ ได้ซ้อมเพลงรึยังน่ะ"

"ซ้อมแล้วอะ เดี๋ยวเรามานะ"

"อือ"

เธอลุกขึ้น มองมาทางผม
และพยักหน้า เป็นสัญญาณให้ตามเธอไป
เราออกไปนอกห้อง และเดินไปตามทางเดิน
หลบทีมงานหลายคนที่เดินผ่านไปมาเข้าไปที่มุมหนึ่ง
บริเวณนี้ไม่มีใครเดินผ่าน เราสองคนหยุดเดิน

"ตรงนี้แหละ ไม่มีใครเห็นละ"

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมจะถ่ายรูป
เธอยิ้มแล้วขยับตัวเข้ามาชิดผมและเหยียดแขนสุดมือ
เราสองคนมองไปที่กล้องบนมือถือตรงหน้า

"เอาละนะ .. หนึ่ง"

หัวใจผมเต้นแรงอีกครั้ง

"สอง .."

ผมตื่นเต้น แต่ก็พยายามยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

"สาม!"

พรึ่บ ..

ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด
ผมหันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร ไฟในสตูดิโอคงดับ
ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น
เริ่มมีแสงสว่าง ไฟคงจะตกไปไม่กี่วินาที
ภาพในตาของผมก็ค่อยๆ ปรากฎเห็นชัดขึ้น





..เพดานห้องนอน




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Nanashi-San

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #3

หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย
แต่สื่อมวลชนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
งานแถลงข่าวเริ่มช้ากว่ากำหนดไปซะนาน
แต่ผมเองก็ยังลุ้นอยู่ว่าถ้าเราแอบเนียนเข้าไป จะโดนรปภ.ลากตัวออกมาไหม ..

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ผมก็เห็นนักข่าวจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องประชุม
พี่ฉานส่งสัญญาณให้ผมกับพี่เคี้ยงเดินเข้าไปได้แล้ว
เราสามคนเดินเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ ที่เป็นเหมือนห้องสำหรับพรีเซนต์งานที่มหาวิทยาลัย
เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงกัน ติดป้าย GMM MGA ที่พนัก
เวทีขนาดเล็กๆ หน้าห้อง และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ฉากหลังบนเวทีเป็นภาพอาร์ตและโลโก้ที่แปลกตาไป
คงจะเป็นแบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในอัลบั้มเพลงโดยเฉพาะ

ผมตัดสินใจไม่ขึ้นไปนั่งที่นั่งที่ด้านหลัง
เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวคือ อยู่ไกลเวที ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป
พี่ฉานเดินหามุมดีๆ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะขนาดของห้องที่แคบเหลือเกิน
สื่อมวลชนเริ่มทยอยเดินเข้ามากันจนเต็ม
เราสามคนจับจองพื้นที่บริเวณหน้าเวทีด้านขวา
นักข่าวอีกหลายคนก็เลือกที่จะอยู่มุมเดียวกับเราเช่นกัน
โชคดีที่ไม่มีใครมาสะกิดและเรียกออกไปสอบสวนนอกห้อง เพราะเราไม่ใช่สื่อมวลชน ..

เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากสื่อมวลชนเงียบลง
เพราะฉากหลังจากเครื่องโปรเจคเตอร์มืดไป
ภาพต่อมาเป็นคลิปสั้นๆ แสดงถึงแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์
ที่ทำให้ออกมามาเป็นเพลงทั้งสิบเพลงในอัลบั้มพิเศษนี้

ภาพแรงบันดาลใจจบลง
ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังเวที

หัวใจผมตกวูบ ..

เธอ ..

เธอมาแล้ว

แน่ใจใช่ไหมว่ารัก ..
ผมเปลี่ยนโหมดกล้องให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
แล้วหันกล้องไปที่เธอจนเธอร้องเพลงนี้จบ
ชุดสีแดงน่ารักเข้ากับตัวเธอจริงๆ



หลังจากที่เธอกลับเข้าไป
พระเอกของเรื่องก็ออกมาโชว์เพลง
แต่ความสนใจของผมก็ลดต่ำลง
ได้แต่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งบ้างประปราย
ได้แต่รอเวลาให้เธอออกมาอีกครั้ง

ต่าย กับเพลงฤดูรัก เพลงใสๆ ฟังแล้วนุ่มนวลดี
ผมยืนฟังจนเพลิน
และเมื่อจบเพลงนี้
คนที่ผมรอคอยก็มาสักที

ยึกยัก .. เธอนั่นแหละที่ยึกยัก
ท่าเต้นยึกยักของเธอ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก
และนั่นทำให้ผมลืมถ่ายภาพไปชั่วขณะ
ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นิ้วชี้มือขวาจึงจะรู้หน้าที่ของมัน ..



บนเวที จะมีคนยืนอยู่เยอะแค่ไหน



แต่ผมก็มองเห็นเธอเพียงคนเดียว



คนเดียวเท่านั้น ..



รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมเผลอกดชัตเตอร์ติดต่อกันมากกว่าสิบครั้ง














...


การแสดงและแนะนำอัลบั้มจบลง
งานแถลงข่าวและเปิดตัวก็จบลงเช่นกัน
หลังจากที่สื่อมวลชนจากหลากหลายสังกัดได้มาสัมภาษณ์
ผมก็เบียดเหล่าฝูงชนเข้าไป พยายามที่จะเก็บภาพของเธอ
ช่างภาพหลายคนเรียกให้เธอมองกล้อง เธอก็มองตาม
แต่ผมไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
เพราะเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อเรียกเธอ มันไปไม่ถึงเธอ
แต่ติดอยู่ในลำคอของผมเอง ..

ผมกลั้นใจ รวบรวมความกล้า
และพูดออกไป

"นาถครับ ขอกล้องนี้นะครับ"

แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยิน
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ เธอก็หันหลังกลับ
และเดินไปให้สัมภาษณ์กับสถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งบนเวที
ทิ้งผมให้ยืนอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
ผมเก็บภาพเธอมาได้เป็นจำนวนมาก








แต่ทุกภาพที่ได้มา



..ไม่มีภาพใดเลย ที่สายตาเธอจะมองมาที่กล้องของผม


...


หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ไม่รู้จบของเหล่ารายการโทรทัศน์และนิตยสาร
นักแสดงก็พากันออกจากห้องประชุม เพื่อไปถ่ายรูปหมู่กันต่อที่บริเวณหน้าห้อง



หลังจากรูปหมู่ แต่ละคนก็แยกออกไปให้ถ่ายภาพเดี่ยวกัน
และนั่นทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้เธออีกครั้ง

ช่างภาพมากหน้าหลายตารายล้อมเธอ
บางคนย่อตัวลงนั่ง เพื่อไม่เป็นการบังคนที่อยู่ด้านหลัง
ผมเองก็เช่นกัน

มันเหมือนกับผู้คนที่ต่ำต้อยกำลังคุกเข่าต่อหน้านางฟ้าผู้เลอโฉม
วอนขอให้เธอได้มอบพรศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา

ผมนั่งคุกเข่าห่างจากเธอประมาณครึ่งเมตร
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้

เสียงใครคนหนึ่งที่อยู่อีกด้าน เรียกเธอให้หันไป

แล้วเธอก็หันไปตามเสียงนั้น



แล้วเขาคนนั้นก็เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่ได้รอยยิ้มแสนสวยของเธอเก็บไว้

อีกครั้ง ช่างภาพที่นั่งอยู่ข้างผมด้านขวามือ เขาเอ่ยปากเรียกเธอ
อีกครั้ง เธอหันไป



และอีกครั้ง ช่างภาพคนนั้นก็ปลีกตัวออกไปทันทีเช่นคนอื่นๆ หลังจากได้ถ่ายภาพเธอ
เหมือนทุกคนเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

ผมไม่คิดเช่นนั้น ..

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า แล้วกลั่นออกมาด้วยความยากลำบาก
แปรสภาพมันให้ออกมาเป็นคำพูด หวังจะทำให้เธอได้ยิน และหันมาทางผม ..
ในที่สุด ผมก็พูดออกไป ..

"นะ--"
"น้องนาถครับ ทางนี้ครับ"

แต่เสียงของใครคนหนึ่งได้ทำให้ผมหยุดชะงัก และทำให้เสียงของผมหมดความหมาย ..

แน่นอน เธอหันไปที่เขา ไม่ใช่ผม ..



ผมมองเธอยิ้มให้ใครคนนั้น
เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังขึ้นอีก
ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม
วันนี้คงกลับบ้านไปพร้อมกล้องที่ไม่มีภาพที่เธอมองกล้องแม้แต่ใบเดียว
ความหวังดับลงจนหมดสิ้น เมื่อผมได้ยินใครบางคนเรียกเธออีกครั้ง

วินาทีนั้นเอง
ความหวังที่หมดลงมันได้แปรสภาพเป็นบางอย่าง

ภาพของเธอในจอ LCD ที่กล้องในมือผม ..

เธอกำลังมองมาทางนี้ ..

เธอยิ้ม

ใช่ .. เธอมองมาทางนี้


...


ผมมองเห็นตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าขอพรต่อหน้านางฟ้า
นางฟ้าผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงสีแดง


ในตอนนี้ ผมได้รับพรอันประเสริฐนั้นแล้ว ..


...


สมองสั่งการให้ผมกดปุ่มถ่ายภาพทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มไปด้วย
ผมเลื่อนกล้องลง ทำให้ผมไม่ต้องมองเธอผ่านจอ LCD อีกต่อไป

แต่แววตาของเธอที่มองมา ทำผมประหม่า ..


"..ครับ"

เพราะความตื่นเต้น ผมตั้งใจจะพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ให้เธอได้ยิน
แต่กลับไม่มีเสียงออกมา มีเพียงพยางค์สุดท้ายเบาๆ เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ยินเลย ..

เธอฉีกยิ้มสวยกว่าเดิม ก้มหน้าเล็กน้อย
แล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงเช่นเดียวกับผม


"ค่ะ"



ผมจะจดจำไว้ตลอดไป




..วันนี้ ผมได้สบตากับนางฟ้า ..















OST. Densha Otoko / A Fateful Encounter

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #2

ผมฝันเป็นเรื่องราวฟุ้งซ่านติดต่อกันสองคืนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุจริงๆ ที่เป็นแบบนี้
มันน่าจะอยู่ที่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ..


...


บ่ายวันที่ 19


"เสร็จไปอีกงาน .. เฮ่อ โล่งใจ"

ผมพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากที่ออกจากห้องพักครูอาจารย์คณะนิติศาสตร์
ผมเพิ่งส่งรายงานวิชากฎหมายสื่อสารมวลชนไป พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
หลังจากที่ลำบากตรากตรำกับรายงานสุดโหดวิชานี้มาเป็นเวลาเดือนเศษ
ตอนนี้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
งานที่เหลือก็มีอีกแค่ 3 วิชา หลังจากนี้คงไม่มีอะไรหนักหนาแล้ว
นั่นเพราะเราผ่านสิ่งที่ยากที่สุดไปได้แล้ว ซึ่งก็คือรายงานวิชากฎหมายนี่เอง

ท้องฟ้าวันนี้ใส มีเมฆมาก แต่ไม่มากพอที่จะเกาะกลุ่มกันบดบังแสงอาทิตย์
และกลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำ เหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมา
วันนี้อากาศดีจริงๆ ..

ในมือผมมีกล้องที่ยืมมาจากเต้ย เพื่อนผู้ใจดีของผมเอง
เต้ยให้ยืมกล้องในทุกสถานการณ์ แม้ว่าผมจะชอบเอาไปถ่ายอะไรไร้สาระก็ตาม
แล้ววันนี้ก็คงเป็นอีกครั้งนึง ที่ผมไม่ได้ยืมกล้องเต้ยไปใช้เพื่อทำงาน


...


บนรถตู้โดยสาร ฟิวเจอร์พาร์ค-อนุสาวรีย์ชัย ด่วนโทลล์เวย์
ผมพยายามข่มตาตัวเองให้นอนหลับ เพื่อชดเชยเวลานอน ที่ขาดหายไปสะสมมาหลายวันแล้ว

เมื่อเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ของเมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 17)
ผมได้ดูรายการ ที่นี่หมอชิต
ทางรายการได้ทำสกู๊ปพิเศษ
พาไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่สอนดนตรีเป็นวิชาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมแห่งเดียวในประเทศไทย
วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ผมนึกอยากเรียนที่นี่ตั้งแต่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้ว
เพราะชอบบรรยากาศในการเรียน เสียงดนตรี และสภาพแวดล้อมของตัวโรงเรียนที่สื่อออกมาในหนัง
แต่ ที่นี่หมอชิต ที่พาไปชมแทบจะทั่วโรงเรียน ก็ทำให้ผมอยากเรียนที่นี่มากขึ้นไปอีก

หลังจากที่สกู๊ปพิเศษพาชมโรงเรียนจบลง
ช่วงต่อไปก็เป็นการสัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์และนักแสดงนำ 3 คนในเรื่อง
ต่าย บอล นาถ
บทสัมภาษณ์ก็เดิมๆ เป็นเรื่องที่ผมได้อ่านและได้ดูมาบ่อยแล้ว
แทบจะไม่มีอะไรใหม่เลย

แต่สิ่งเดียวที่ต่างไปคือรอยยิ้มของนาถ
มันทำให้ผมใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็น ..

จุดเริ่มต้นของการเดินทางพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือครั้งนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
ขณะที่ผมกำลังอยู่ที่บ้านเต ที่แนทไปทำงาน และผมก็ติดสอยห้อยตามไปด้วย
ได้มีโทรศัพท์จากพี่ฉาน จากเว็บแฟนคลับของนาถ
ที่เคยเจอกันเมื่อตอนไปร่วมงานดูหนังด้วยเกล้า ที่พารากอน เมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา
พี่ฉานบอกว่า พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มพิเศษของนักแสดงเรื่อง Seasons Change
ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าจะไปได้ เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าต้องอยู่ทำงานอะไรเพิ่มเติมที่มหาลัยรึเปล่า
แต่ในที่สุดก็จัดการทุกอย่างให้ลงตัว และสามารถไปได้


...


ผมไม่คุ้นเส้นทางย่านอโศกเลย
รู้เพียงว่าการเดินทางไปยังอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส
ทำได้โดยขึ้นรถไฟฟ้าจากอนุสาวรีย์มาลงที่อโศก แล้วเดินไป
แต่เดินไปทางไหน .. ผมไม่รู้

ผมเดินไปตามทางที่คิดว่าน่าจะถูก
แต่ก็ยาก เพราะตึกและอาคารสำนักงานในแถบนี้มีเยอะเหลือเกิน
เป็นการยากที่จะเดินหาได้โดยการคาดคะเน


...


ผมจ่ายเงิน 10 บาท เป็นค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง
แล้วมุ่งหน้าสู่ตึกจีเอ็มเอ็ม
บังเอิญที่พี่ฉานก็มาพร้อมกับผมพอดี

พี่ฉานบอกว่ายังมีพี่อีกคนที่ได้ชวนมาด้วย และเขายังมาไม่ถึง
เป็นพี่ในบอร์ดเหมือนกัน ชื่อพี่เคี้ยง
ก็ต้องรอจนกว่าพี่เคี้ยงจะมาถึงก่อน เราถึงจะไปพร้อมกัน

ผมสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ล็อบบี้
ก่อนจะเข้าไปต้องแลกบัตรก่อน
งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนมาทำข่าวกัน
แต่เราไม่ใช่ แล้วจะเข้าไปได้หรือ ?

พี่ฉานบอกว่าน่าจะเข้าได้ เราก็เข้าไปเซ็นชื่อที่หน้างาน
ปลอมตัวทำทีเป็นสื่อมวลชน เขาก็น่าจะให้เข้า
ไหนๆ ก็ถือกล้องมากันอยู่แล้ว คงจะเนียนเข้าไปได้
นี่เป็นคำตอบจากพี่ฉานที่มีประสบการณ์การทำงานเป็นสื่อมาก่อน

และแล้วพี่เคี้ยงก็มาถึง เสื้อยืดสีขาวไม่มีลายกับกางเกงยีนส์
บุคลิกของพี่เคี้ยงตรงตามที่ผมจินตนาการเอาไว้เลย
หลังจากที่พี่ฉานบอกไว้ว่าเขารับจ้างถ่ายรูปเป็นอาชีพ
การแต่งตัวเลยดูง่ายๆ เซอร์ๆ แบบนี้

เราสามคนไปแลกบัตรที่เคาน์เตอร์
ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่นำบัตรประชาชนไปแลกบัตร Visitor มาติดเสื้อไว้เท่านั้นเอง
ผมโล่งใจ นึกว่าจะมีการตรวจสอบกันมากกว่านี้
พวกเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่ 21 ที่ที่จะมีการจัดงานแถลงข่าว


...


ที่หน้าลิฟต์ มีโปสเตอร์โฆษณาอัลบั้ม Seasons Change ติดอยู่
ทำให้แน่ใจได้ว่าพวกเรามาไม่ผิดชั้น

เดินตรงเข้าไป ก่อนถึงห้องประชุมก็มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ พร้อมสมุดลงชื่ออยู่
มีป้ายติดไว้ว่า 'สื่อมวลชน'
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา
ผมเห็นพี่ต้น ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสวนไป

เสียงเพลงคุ้นหูดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง
เป็นเพลง วัดใจ ที่นักแสดงทั้งห้าคนร้องนั่นเอง

"ไปลงชื่อก่อนนะ"

พี่ฉานพูดขึ้นก่อนเดินนำพวกเราไปที่เคาน์เตอร์
แต่ทันทีที่พี่ฉานจรดปากกาเขียนในช่อง 'สังกัด' ว่า 'Nartfanclub.com'
พนักงานก็เงยหน้าขึ้นมามองและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"แฟนคลับไม่ต้องเซ็นนะครับ"

เอาแล้ว ..


...


พวกเรามายืนรอที่อีกมุมหนึ่งของห้อง
ดูเหมือนเขาไม่ต้อนรับคนที่ไม่ใช่สื่อมวลชนเลย
แล้วนี่พวกเราจะเข้าไปได้ไหม ?

เห็นคุณสิน ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับเรื่องแก๊งชะนีเดินออกจากห้องไป

นักข่าวหลายคนเข้าไปลงชื่อ
และได้พูดคุยยิ้มแย้มกับพนักงานคนเดียวกับที่ทำหน้าบึ้งใส่พวกเราเมื่อครู่

ตอนนี้ก็คงได้แต่รอลุ้น ..
เวลาเริ่มงานคือ 17.30 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 17.20 น.
อีก 10 นาทีเท่านั้น

รอ .. รอ .. รอ .. รอ ..


...


เพลงในอัลบั้มถูกเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนวนกลับมาที่เพลงเดิม 2 ครั้ง




..เวลาล่วงเลยจนถึง 17.48 น. แต่พวกเราก็ยังไม่ได้เข้าไปข้างในห้องประชุม




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Graceful Trading

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #1

ไม่บ่อยเลยนะ ..
ที่เราจะนอนหลับฝันถึงใครบางคนได้ติดต่อกันหลายวัน
และคนที่เราฝันถึงคนนั้น คือคนคนเดียวกัน


...


เมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 19)

ผมอยู่ในรถตู้
ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผม
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ตัวละครของเธอไม่ได้เด่นเท่านางเอกของเรื่อง
แต่ผมก็ชอบเธอมากกว่านางเอกในเรื่องซะอีก
ผมได้ยินคนขับรถพูด
เรากำลังจะไปที่สตูดิโอ เพื่อถ่ายทำรายการหนึ่ง
ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ เวลานี้
และทำไมในมือของผมมีแฟ้มที่บันทึกคิวงานของเธอตลอดเดือนกันยายน
คิวงานโทรทัศน์ วิทยุ และโชว์ตัวตามที่ต่างๆ
ผมมองหน้าเธอ
เธอยิ้มให้
แต่รอยยิ้มและขอบตาของเธอแสดงให้เห็นว่างานที่เธอกำลังทำอยู่
มันทำให้เธอเหนื่อยเพียงใด
จนรถมาถึงสตูดิโอและเทียบท่าจอด ผมจึงได้รู้ ..


..ผมฝันไป

เมื่อลืมตาขึ้นมา ผมเห็นแต่เพดานห้องนอนของตัวเอง


...


เมื่อคืนนี้ (คืนวันที่ 20)

ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวในห้องห้องหนึ่ง
ในห้องนี้มีโต๊ะเครื่องแป้ง และกระจกบานใหญ่
คล้ายจะเป็นร้านเสริมสวย แต่มันเป็นแค่ห้องเล็กๆ เท่านั้น
ผู้หญิงคนเดิมนั่งอยู่ตรงหน้ากระจก เธอหันหลังให้ผม
แต่ผมมองเห็นหน้าเธอผ่านทางกระจก
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งกำลังใช้ไดร์เป่าผมทำให้เธอดูดีขึ้น
แต่ผมชอบตอนที่เธอไม่แต่งหน้า ไม่ทำผมมากกว่า มันดูเป็นธรรมชาติดี
จู่ๆ ก็มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนเรียกจากประตูห้อง
แล้วช่างแต่งหน้าก็เดินออกไปตามเสียงนั้น
ในห้องเหลือแค่ผมกับเธอสองคน
ผมเธอถูกดัดเป็นลอนสวยงามเรียบร้อย
แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ชอบตอนที่เธอผมตรงธรรมดามากกว่า
เธอมองผมผ่านกระจก แล้วถามขึ้นว่า

"วันนี้มีงานถึงกี่โมงนะบูม"

งาน .. ?
งานอะไรเหรอ
ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เธอถาม
ผมไม่รู้แม้แต่อะไรที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่กับเธอได้
ผมตอบเธอไป

"งานอะไรเหรอครับ"

เธอหัวเราะ ผมมองเธอ
ขอบตาเธอมีสีคล้ำเล็กน้อย เธอคงไม่ค่อยได้พักผ่อน
แต่รอยยิ้มของเธอทำให้อุณหภูมิบนใบหน้าผมสูงขึ้น
เธอคงไม่ทันสังเกตว่าผมหน้าแดง

"คนอย่างเธอตลกกับเค้าเป็นด้วยเหรอ
งานอะไร แหม ถามมาได้
ก็งานของเราน่ะสิ รายการนี้เราต้องอยู่อัดถึงกี่โมงอะ"

ผมทำหน้างงยิ่งกว่าเดิม
แต่มันทำให้เธอหัวเราะอีกแล้ว

"อ้าว ยังตลกไม่เลิกอีกแน่ะ เราดูเองก็ได้"

ว่าแล้วเธอก็เดินมาหยิบแฟ้มที่วางอยู่ข้างตัวผมและเปิดออกดู

"สามโมงครึ่งถึงห้าโมง อืม ..
แค่ออกไปร้องเพลงแล้วก็นั่งเฉยๆ สินะ"

ผมนึกออกแล้ว เธอมีนัดอัดรายการที่สตูดิโอแห่งนี้
และที่นี่เป็นห้องแต่งหน้า ส่วนผมก็เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ

"บูม แล้วรูปที่เธอขอถ่ายกับเราอะ เอาตอนนี้เลยละกัน เราว่างอยู่"

เธอเดินเข้ามาหาผม และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
เธอมานั่งข้างผม และเปิดฝาพับโทรศัพท์ออก
เธอขยับเข้ามาใกล้จนชิด หัวใจผมเต้นแรง
ร่างกายด้านขวาของผมชาไปทั้งแถบ
เธอยืดแขนถือโทรศัพท์ออกไปข้างหน้า ตรงหน้าเราทั้งสองคน
ผมมองกล้องเล็กๆ ที่อยู่บนโทรศัพท์เครื่องนั้น

"ยิ้มสิบูม อย่ามัวทำหน้างง"

ผมฉีกยิ้ม เป็นเวลาเดียวกันกับที่มีใครบางคนเดินเข้าประตูห้องมาพอดี
ผู้หญิงข้างๆ ผมชักมือกลับ แล้วซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหลัง
ผมจำได้ เขาชื่อว่าน แสดงหนังเรื่องเดียวกับเธอด้วย
เขาโบกมือทักทายผมกับเธอแล้วก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจก
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ต่าย บอล พลุ นักแสดงอีก 3 คนก็เดินเข้ามาพร้อมกันพร้อมกับเสียงพูดคุยเฮฮา
ต่ายพูดขึ้นเมื่อเห็นคนที่นั่งข้างๆ ผม

"นาถเมคอัพเสร็จแล้วเหรอ ได้ซ้อมเพลงรึยังน่ะ"

"ซ้อมแล้วอะ เดี๋ยวเรามานะ"

"อือ"

เธอลุกขึ้น มองมาทางผม
และพยักหน้า เป็นสัญญาณให้ตามเธอไป
เราออกไปนอกห้อง และเดินไปตามทางเดิน
หลบทีมงานหลายคนที่เดินผ่านไปมาเข้าไปที่มุมหนึ่ง
บริเวณนี้ไม่มีใครเดินผ่าน เราสองคนหยุดเดิน

"ตรงนี้แหละ ไม่มีใครเห็นละ"

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมจะถ่ายรูป
เธอยิ้มแล้วขยับตัวเข้ามาชิดผมและเหยียดแขนสุดมือ
เราสองคนมองไปที่กล้องบนมือถือตรงหน้า

"เอาละนะ .. หนึ่ง"

หัวใจผมเต้นแรงอีกครั้ง

"สอง .."

ผมตื่นเต้น แต่ก็พยายามยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

"สาม!"

พรึ่บ ..

ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด
ผมหันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร ไฟในสตูดิโอคงดับ
ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น
เริ่มมีแสงสว่าง ไฟคงจะตกไปไม่กี่วินาที
ภาพในตาของผมก็ค่อยๆ ปรากฎเห็นชัดขึ้น





..เพดานห้องนอน




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Nanashi-San

หรือนี่จะเป็นตอนจบ ?

เมื่อคืน เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสุขของผม ก่อนกลับบ้าน
ได้ไปงานแถลงข่าวเปิดอัลบั้มซีซั่นเช้นจ์ที่ตึกแกรมมี่
จะอัพไดหนุกๆ หวานๆ ซะหน่อย
แต่ก็มาเกิดการปฏิวัติขึ้นซะก่อน
ทำให้วุ่นวายมาก ตื่นเต้น หาข่าวอ่านไปทั่ว
ตกใจ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
ออนเอ็มคุยกับเพื่อน
เห็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน

สำหรับเรื่องนี้ ไม่ขอออกความเห็นแล้วกันนะ
เดี๋ยวอาจทะเลาะกันได้
แต่กำลังคิดว่าเหตุการณ์นี้
มันจะเป็นตอนจบของเรื่องวุ่นวายที่เกรอะกรังมานานของประเทศเรารึเปล่า
จะจบลงด้วยดี หรือยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ?

นึกถึง V For Vendetta เลย หนังดีที่ไม่ค่อยมีคนดู
เหตุการณ์หลายๆ อย่างของบ้านเราไปเหมือนกับหนังเรื่องนี้โดยบังเอิญ
จะต่างกันก็แค่ในหนังมันเป็นพลังของประชาชนที่รวมตัวกันปฏิวัติ ไม่ใช่กำลังทหาร
กับตอนจบที่ต่างกัน

เพราะในหนังน่ะ ..




..ท่านผู้นำตาย




ปล. อะจึ๊ยยยย เผลอสปอย
ปล.2 พรุ่งนี้ค่อยอัพไดแบบเพ้อฝันถึงนาถละกัน วันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่
แต่ก็ดีใจนะที่เหตุการณ์ไม่แย่เหมือนที่กลัวๆ อยู่
ปล.3 ทำตามที่ท่านพี่จูบอกละ
เอาเพลง เพื่อเธอตลอดไป ที่เราร้องเอง ให้เค้าคนนั้นลองเปิดฟังแล้วนะ
แต่เค้าบอกว่าเสียงไม่ออก ฮ่วย คอมเค้าเน่าเจงๆ
เอาไว้ออนเจอกันที่มหาลัยค่อยเอาให้เค้าฟังอีกที (ถ้าแฟนเค้าไม่อยู่นะ)
ปล.4 คืนนี้เวลา 23.00 น. รถถังจำนวน 4 ลำจะไปปิดล้อมร้านเดอะช็อค ข้าวต้มผี
โดยคณะปฏิรูปรายการวิทยุชื่อดัง 'สปอร์ตหลีแหลก' นำโดยท่านผู้นำ เต้ยโซคูล !!



Paradox / ผงาดง้ำค้ำโลก

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #3

หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย
แต่สื่อมวลชนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
งานแถลงข่าวเริ่มช้ากว่ากำหนดไปซะนาน
แต่ผมเองก็ยังลุ้นอยู่ว่าถ้าเราแอบเนียนเข้าไป จะโดนรปภ.ลากตัวออกมาไหม ..

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ผมก็เห็นนักข่าวจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องประชุม
พี่ฉานส่งสัญญาณให้ผมกับพี่เคี้ยงเดินเข้าไปได้แล้ว
เราสามคนเดินเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ ที่เป็นเหมือนห้องสำหรับพรีเซนต์งานที่มหาวิทยาลัย
เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงกัน ติดป้าย GMM MGA ที่พนัก
เวทีขนาดเล็กๆ หน้าห้อง และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ฉากหลังบนเวทีเป็นภาพอาร์ตและโลโก้ที่แปลกตาไป
คงจะเป็นแบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในอัลบั้มเพลงโดยเฉพาะ

ผมตัดสินใจไม่ขึ้นไปนั่งที่นั่งที่ด้านหลัง
เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวคือ อยู่ไกลเวที ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป
พี่ฉานเดินหามุมดีๆ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะขนาดของห้องที่แคบเหลือเกิน
สื่อมวลชนเริ่มทยอยเดินเข้ามากันจนเต็ม
เราสามคนจับจองพื้นที่บริเวณหน้าเวทีด้านขวา
นักข่าวอีกหลายคนก็เลือกที่จะอยู่มุมเดียวกับเราเช่นกัน
โชคดีที่ไม่มีใครมาสะกิดและเรียกออกไปสอบสวนนอกห้อง เพราะเราไม่ใช่สื่อมวลชน ..

เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากสื่อมวลชนเงียบลง
เพราะฉากหลังจากเครื่องโปรเจคเตอร์มืดไป
ภาพต่อมาเป็นคลิปสั้นๆ แสดงถึงแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์
ที่ทำให้ออกมามาเป็นเพลงทั้งสิบเพลงในอัลบั้มพิเศษนี้

ภาพแรงบันดาลใจจบลง
ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังเวที

หัวใจผมตกวูบ ..

เธอ ..

เธอมาแล้ว

แน่ใจใช่ไหมว่ารัก ..
ผมเปลี่ยนโหมดกล้องให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
แล้วหันกล้องไปที่เธอจนเธอร้องเพลงนี้จบ
ชุดสีแดงน่ารักเข้ากับตัวเธอจริงๆ



หลังจากที่เธอกลับเข้าไป
พระเอกของเรื่องก็ออกมาโชว์เพลง
แต่ความสนใจของผมก็ลดต่ำลง
ได้แต่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งบ้างประปราย
ได้แต่รอเวลาให้เธอออกมาอีกครั้ง

ต่าย กับเพลงฤดูรัก เพลงใสๆ ฟังแล้วนุ่มนวลดี
ผมยืนฟังจนเพลิน
และเมื่อจบเพลงนี้
คนที่ผมรอคอยก็มาสักที

ยึกยัก .. เธอนั่นแหละที่ยึกยัก
ท่าเต้นยึกยักของเธอ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก
และนั่นทำให้ผมลืมถ่ายภาพไปชั่วขณะ
ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นิ้วชี้มือขวาจึงจะรู้หน้าที่ของมัน ..



บนเวที จะมีคนยืนอยู่เยอะแค่ไหน



แต่ผมก็มองเห็นเธอเพียงคนเดียว



คนเดียวเท่านั้น ..



รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมเผลอกดชัตเตอร์ติดต่อกันมากกว่าสิบครั้ง














...


การแสดงและแนะนำอัลบั้มจบลง
งานแถลงข่าวและเปิดตัวก็จบลงเช่นกัน
หลังจากที่สื่อมวลชนจากหลากหลายสังกัดได้มาสัมภาษณ์
ผมก็เบียดเหล่าฝูงชนเข้าไป พยายามที่จะเก็บภาพของเธอ
ช่างภาพหลายคนเรียกให้เธอมองกล้อง เธอก็มองตาม
แต่ผมไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
เพราะเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อเรียกเธอ มันไปไม่ถึงเธอ
แต่ติดอยู่ในลำคอของผมเอง ..

ผมกลั้นใจ รวบรวมความกล้า
และพูดออกไป

"นาถครับ ขอกล้องนี้นะครับ"

แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยิน
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ เธอก็หันหลังกลับ
และเดินไปให้สัมภาษณ์กับสถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งบนเวที
ทิ้งผมให้ยืนอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
ผมเก็บภาพเธอมาได้เป็นจำนวนมาก








แต่ทุกภาพที่ได้มา



..ไม่มีภาพใดเลย ที่สายตาเธอจะมองมาที่กล้องของผม


...


หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ไม่รู้จบของเหล่ารายการโทรทัศน์และนิตยสาร
นักแสดงก็พากันออกจากห้องประชุม เพื่อไปถ่ายรูปหมู่กันต่อที่บริเวณหน้าห้อง



หลังจากรูปหมู่ แต่ละคนก็แยกออกไปให้ถ่ายภาพเดี่ยวกัน
และนั่นทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้เธออีกครั้ง

ช่างภาพมากหน้าหลายตารายล้อมเธอ
บางคนย่อตัวลงนั่ง เพื่อไม่เป็นการบังคนที่อยู่ด้านหลัง
ผมเองก็เช่นกัน

มันเหมือนกับผู้คนที่ต่ำต้อยกำลังคุกเข่าต่อหน้านางฟ้าผู้เลอโฉม
วอนขอให้เธอได้มอบพรศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา

ผมนั่งคุกเข่าห่างจากเธอประมาณครึ่งเมตร
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้

เสียงใครคนหนึ่งที่อยู่อีกด้าน เรียกเธอให้หันไป

แล้วเธอก็หันไปตามเสียงนั้น



แล้วเขาคนนั้นก็เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่ได้รอยยิ้มแสนสวยของเธอเก็บไว้

อีกครั้ง ช่างภาพที่นั่งอยู่ข้างผมด้านขวามือ เขาเอ่ยปากเรียกเธอ
อีกครั้ง เธอหันไป



และอีกครั้ง ช่างภาพคนนั้นก็ปลีกตัวออกไปทันทีเช่นคนอื่นๆ หลังจากได้ถ่ายภาพเธอ
เหมือนทุกคนเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

ผมไม่คิดเช่นนั้น ..

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า แล้วกลั่นออกมาด้วยความยากลำบาก
แปรสภาพมันให้ออกมาเป็นคำพูด หวังจะทำให้เธอได้ยิน และหันมาทางผม ..
ในที่สุด ผมก็พูดออกไป ..

"นะ--"
"น้องนาถครับ ทางนี้ครับ"

แต่เสียงของใครคนหนึ่งได้ทำให้ผมหยุดชะงัก และทำให้เสียงของผมหมดความหมาย ..

แน่นอน เธอหันไปที่เขา ไม่ใช่ผม ..



ผมมองเธอยิ้มให้ใครคนนั้น
เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังขึ้นอีก
ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม
วันนี้คงกลับบ้านไปพร้อมกล้องที่ไม่มีภาพที่เธอมองกล้องแม้แต่ใบเดียว
ความหวังดับลงจนหมดสิ้น เมื่อผมได้ยินใครบางคนเรียกเธออีกครั้ง

วินาทีนั้นเอง
ความหวังที่หมดลงมันได้แปรสภาพเป็นบางอย่าง

ภาพของเธอในจอ LCD ที่กล้องในมือผม ..

เธอกำลังมองมาทางนี้ ..

เธอยิ้ม

ใช่ .. เธอมองมาทางนี้


...


ผมมองเห็นตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าขอพรต่อหน้านางฟ้า
นางฟ้าผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงสีแดง


ในตอนนี้ ผมได้รับพรอันประเสริฐนั้นแล้ว ..


...


สมองสั่งการให้ผมกดปุ่มถ่ายภาพทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มไปด้วย
ผมเลื่อนกล้องลง ทำให้ผมไม่ต้องมองเธอผ่านจอ LCD อีกต่อไป

แต่แววตาของเธอที่มองมา ทำผมประหม่า ..


"..ครับ"

เพราะความตื่นเต้น ผมตั้งใจจะพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ให้เธอได้ยิน
แต่กลับไม่มีเสียงออกมา มีเพียงพยางค์สุดท้ายเบาๆ เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ยินเลย ..

เธอฉีกยิ้มสวยกว่าเดิม ก้มหน้าเล็กน้อย
แล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงเช่นเดียวกับผม


"ค่ะ"



ผมจะจดจำไว้ตลอดไป




..วันนี้ ผมได้สบตากับนางฟ้า ..















OST. Densha Otoko / A Fateful Encounter

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #2

ผมฝันเป็นเรื่องราวฟุ้งซ่านติดต่อกันสองคืนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุจริงๆ ที่เป็นแบบนี้
มันน่าจะอยู่ที่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ..


...


บ่ายวันที่ 19


"เสร็จไปอีกงาน .. เฮ่อ โล่งใจ"

ผมพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากที่ออกจากห้องพักครูอาจารย์คณะนิติศาสตร์
ผมเพิ่งส่งรายงานวิชากฎหมายสื่อสารมวลชนไป พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
หลังจากที่ลำบากตรากตรำกับรายงานสุดโหดวิชานี้มาเป็นเวลาเดือนเศษ
ตอนนี้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
งานที่เหลือก็มีอีกแค่ 3 วิชา หลังจากนี้คงไม่มีอะไรหนักหนาแล้ว
นั่นเพราะเราผ่านสิ่งที่ยากที่สุดไปได้แล้ว ซึ่งก็คือรายงานวิชากฎหมายนี่เอง

ท้องฟ้าวันนี้ใส มีเมฆมาก แต่ไม่มากพอที่จะเกาะกลุ่มกันบดบังแสงอาทิตย์
และกลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำ เหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมา
วันนี้อากาศดีจริงๆ ..

ในมือผมมีกล้องที่ยืมมาจากเต้ย เพื่อนผู้ใจดีของผมเอง
เต้ยให้ยืมกล้องในทุกสถานการณ์ แม้ว่าผมจะชอบเอาไปถ่ายอะไรไร้สาระก็ตาม
แล้ววันนี้ก็คงเป็นอีกครั้งนึง ที่ผมไม่ได้ยืมกล้องเต้ยไปใช้เพื่อทำงาน


...


บนรถตู้โดยสาร ฟิวเจอร์พาร์ค-อนุสาวรีย์ชัย ด่วนโทลล์เวย์
ผมพยายามข่มตาตัวเองให้นอนหลับ เพื่อชดเชยเวลานอน ที่ขาดหายไปสะสมมาหลายวันแล้ว

เมื่อเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ของเมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 17)
ผมได้ดูรายการ ที่นี่หมอชิต
ทางรายการได้ทำสกู๊ปพิเศษ
พาไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่สอนดนตรีเป็นวิชาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมแห่งเดียวในประเทศไทย
วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ผมนึกอยากเรียนที่นี่ตั้งแต่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้ว
เพราะชอบบรรยากาศในการเรียน เสียงดนตรี และสภาพแวดล้อมของตัวโรงเรียนที่สื่อออกมาในหนัง
แต่ ที่นี่หมอชิต ที่พาไปชมแทบจะทั่วโรงเรียน ก็ทำให้ผมอยากเรียนที่นี่มากขึ้นไปอีก

หลังจากที่สกู๊ปพิเศษพาชมโรงเรียนจบลง
ช่วงต่อไปก็เป็นการสัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์และนักแสดงนำ 3 คนในเรื่อง
ต่าย บอล นาถ
บทสัมภาษณ์ก็เดิมๆ เป็นเรื่องที่ผมได้อ่านและได้ดูมาบ่อยแล้ว
แทบจะไม่มีอะไรใหม่เลย

แต่สิ่งเดียวที่ต่างไปคือรอยยิ้มของนาถ
มันทำให้ผมใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็น ..

จุดเริ่มต้นของการเดินทางพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือครั้งนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
ขณะที่ผมกำลังอยู่ที่บ้านเต ที่แนทไปทำงาน และผมก็ติดสอยห้อยตามไปด้วย
ได้มีโทรศัพท์จากพี่ฉาน จากเว็บแฟนคลับของนาถ
ที่เคยเจอกันเมื่อตอนไปร่วมงานดูหนังด้วยเกล้า ที่พารากอน เมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา
พี่ฉานบอกว่า พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มพิเศษของนักแสดงเรื่อง Seasons Change
ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าจะไปได้ เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าต้องอยู่ทำงานอะไรเพิ่มเติมที่มหาลัยรึเปล่า
แต่ในที่สุดก็จัดการทุกอย่างให้ลงตัว และสามารถไปได้


...


ผมไม่คุ้นเส้นทางย่านอโศกเลย
รู้เพียงว่าการเดินทางไปยังอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส
ทำได้โดยขึ้นรถไฟฟ้าจากอนุสาวรีย์มาลงที่อโศก แล้วเดินไป
แต่เดินไปทางไหน .. ผมไม่รู้

ผมเดินไปตามทางที่คิดว่าน่าจะถูก
แต่ก็ยาก เพราะตึกและอาคารสำนักงานในแถบนี้มีเยอะเหลือเกิน
เป็นการยากที่จะเดินหาได้โดยการคาดคะเน


...


ผมจ่ายเงิน 10 บาท เป็นค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง
แล้วมุ่งหน้าสู่ตึกจีเอ็มเอ็ม
บังเอิญที่พี่ฉานก็มาพร้อมกับผมพอดี

พี่ฉานบอกว่ายังมีพี่อีกคนที่ได้ชวนมาด้วย และเขายังมาไม่ถึง
เป็นพี่ในบอร์ดเหมือนกัน ชื่อพี่เคี้ยง
ก็ต้องรอจนกว่าพี่เคี้ยงจะมาถึงก่อน เราถึงจะไปพร้อมกัน

ผมสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ล็อบบี้
ก่อนจะเข้าไปต้องแลกบัตรก่อน
งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนมาทำข่าวกัน
แต่เราไม่ใช่ แล้วจะเข้าไปได้หรือ ?

พี่ฉานบอกว่าน่าจะเข้าได้ เราก็เข้าไปเซ็นชื่อที่หน้างาน
ปลอมตัวทำทีเป็นสื่อมวลชน เขาก็น่าจะให้เข้า
ไหนๆ ก็ถือกล้องมากันอยู่แล้ว คงจะเนียนเข้าไปได้
นี่เป็นคำตอบจากพี่ฉานที่มีประสบการณ์การทำงานเป็นสื่อมาก่อน

และแล้วพี่เคี้ยงก็มาถึง เสื้อยืดสีขาวไม่มีลายกับกางเกงยีนส์
บุคลิกของพี่เคี้ยงตรงตามที่ผมจินตนาการเอาไว้เลย
หลังจากที่พี่ฉานบอกไว้ว่าเขารับจ้างถ่ายรูปเป็นอาชีพ
การแต่งตัวเลยดูง่ายๆ เซอร์ๆ แบบนี้

เราสามคนไปแลกบัตรที่เคาน์เตอร์
ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่นำบัตรประชาชนไปแลกบัตร Visitor มาติดเสื้อไว้เท่านั้นเอง
ผมโล่งใจ นึกว่าจะมีการตรวจสอบกันมากกว่านี้
พวกเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่ 21 ที่ที่จะมีการจัดงานแถลงข่าว


...


ที่หน้าลิฟต์ มีโปสเตอร์โฆษณาอัลบั้ม Seasons Change ติดอยู่
ทำให้แน่ใจได้ว่าพวกเรามาไม่ผิดชั้น

เดินตรงเข้าไป ก่อนถึงห้องประชุมก็มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ พร้อมสมุดลงชื่ออยู่
มีป้ายติดไว้ว่า 'สื่อมวลชน'
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา
ผมเห็นพี่ต้น ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสวนไป

เสียงเพลงคุ้นหูดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง
เป็นเพลง วัดใจ ที่นักแสดงทั้งห้าคนร้องนั่นเอง

"ไปลงชื่อก่อนนะ"

พี่ฉานพูดขึ้นก่อนเดินนำพวกเราไปที่เคาน์เตอร์
แต่ทันทีที่พี่ฉานจรดปากกาเขียนในช่อง 'สังกัด' ว่า 'Nartfanclub.com'
พนักงานก็เงยหน้าขึ้นมามองและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"แฟนคลับไม่ต้องเซ็นนะครับ"

เอาแล้ว ..


...


พวกเรามายืนรอที่อีกมุมหนึ่งของห้อง
ดูเหมือนเขาไม่ต้อนรับคนที่ไม่ใช่สื่อมวลชนเลย
แล้วนี่พวกเราจะเข้าไปได้ไหม ?

เห็นคุณสิน ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับเรื่องแก๊งชะนีเดินออกจากห้องไป

นักข่าวหลายคนเข้าไปลงชื่อ
และได้พูดคุยยิ้มแย้มกับพนักงานคนเดียวกับที่ทำหน้าบึ้งใส่พวกเราเมื่อครู่

ตอนนี้ก็คงได้แต่รอลุ้น ..
เวลาเริ่มงานคือ 17.30 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 17.20 น.
อีก 10 นาทีเท่านั้น

รอ .. รอ .. รอ .. รอ ..


...


เพลงในอัลบั้มถูกเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนวนกลับมาที่เพลงเดิม 2 ครั้ง




..เวลาล่วงเลยจนถึง 17.48 น. แต่พวกเราก็ยังไม่ได้เข้าไปข้างในห้องประชุม




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Graceful Trading

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #1

ไม่บ่อยเลยนะ ..
ที่เราจะนอนหลับฝันถึงใครบางคนได้ติดต่อกันหลายวัน
และคนที่เราฝันถึงคนนั้น คือคนคนเดียวกัน


...


เมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 19)

ผมอยู่ในรถตู้
ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผม
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ตัวละครของเธอไม่ได้เด่นเท่านางเอกของเรื่อง
แต่ผมก็ชอบเธอมากกว่านางเอกในเรื่องซะอีก
ผมได้ยินคนขับรถพูด
เรากำลังจะไปที่สตูดิโอ เพื่อถ่ายทำรายการหนึ่ง
ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ เวลานี้
และทำไมในมือของผมมีแฟ้มที่บันทึกคิวงานของเธอตลอดเดือนกันยายน
คิวงานโทรทัศน์ วิทยุ และโชว์ตัวตามที่ต่างๆ
ผมมองหน้าเธอ
เธอยิ้มให้
แต่รอยยิ้มและขอบตาของเธอแสดงให้เห็นว่างานที่เธอกำลังทำอยู่
มันทำให้เธอเหนื่อยเพียงใด
จนรถมาถึงสตูดิโอและเทียบท่าจอด ผมจึงได้รู้ ..


..ผมฝันไป

เมื่อลืมตาขึ้นมา ผมเห็นแต่เพดานห้องนอนของตัวเอง


...


เมื่อคืนนี้ (คืนวันที่ 20)

ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวในห้องห้องหนึ่ง
ในห้องนี้มีโต๊ะเครื่องแป้ง และกระจกบานใหญ่
คล้ายจะเป็นร้านเสริมสวย แต่มันเป็นแค่ห้องเล็กๆ เท่านั้น
ผู้หญิงคนเดิมนั่งอยู่ตรงหน้ากระจก เธอหันหลังให้ผม
แต่ผมมองเห็นหน้าเธอผ่านทางกระจก
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งกำลังใช้ไดร์เป่าผมทำให้เธอดูดีขึ้น
แต่ผมชอบตอนที่เธอไม่แต่งหน้า ไม่ทำผมมากกว่า มันดูเป็นธรรมชาติดี
จู่ๆ ก็มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนเรียกจากประตูห้อง
แล้วช่างแต่งหน้าก็เดินออกไปตามเสียงนั้น
ในห้องเหลือแค่ผมกับเธอสองคน
ผมเธอถูกดัดเป็นลอนสวยงามเรียบร้อย
แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ชอบตอนที่เธอผมตรงธรรมดามากกว่า
เธอมองผมผ่านกระจก แล้วถามขึ้นว่า

"วันนี้มีงานถึงกี่โมงนะบูม"

งาน .. ?
งานอะไรเหรอ
ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เธอถาม
ผมไม่รู้แม้แต่อะไรที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่กับเธอได้
ผมตอบเธอไป

"งานอะไรเหรอครับ"

เธอหัวเราะ ผมมองเธอ
ขอบตาเธอมีสีคล้ำเล็กน้อย เธอคงไม่ค่อยได้พักผ่อน
แต่รอยยิ้มของเธอทำให้อุณหภูมิบนใบหน้าผมสูงขึ้น
เธอคงไม่ทันสังเกตว่าผมหน้าแดง

"คนอย่างเธอตลกกับเค้าเป็นด้วยเหรอ
งานอะไร แหม ถามมาได้
ก็งานของเราน่ะสิ รายการนี้เราต้องอยู่อัดถึงกี่โมงอะ"

ผมทำหน้างงยิ่งกว่าเดิม
แต่มันทำให้เธอหัวเราะอีกแล้ว

"อ้าว ยังตลกไม่เลิกอีกแน่ะ เราดูเองก็ได้"

ว่าแล้วเธอก็เดินมาหยิบแฟ้มที่วางอยู่ข้างตัวผมและเปิดออกดู

"สามโมงครึ่งถึงห้าโมง อืม ..
แค่ออกไปร้องเพลงแล้วก็นั่งเฉยๆ สินะ"

ผมนึกออกแล้ว เธอมีนัดอัดรายการที่สตูดิโอแห่งนี้
และที่นี่เป็นห้องแต่งหน้า ส่วนผมก็เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ

"บูม แล้วรูปที่เธอขอถ่ายกับเราอะ เอาตอนนี้เลยละกัน เราว่างอยู่"

เธอเดินเข้ามาหาผม และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
เธอมานั่งข้างผม และเปิดฝาพับโทรศัพท์ออก
เธอขยับเข้ามาใกล้จนชิด หัวใจผมเต้นแรง
ร่างกายด้านขวาของผมชาไปทั้งแถบ
เธอยืดแขนถือโทรศัพท์ออกไปข้างหน้า ตรงหน้าเราทั้งสองคน
ผมมองกล้องเล็กๆ ที่อยู่บนโทรศัพท์เครื่องนั้น

"ยิ้มสิบูม อย่ามัวทำหน้างง"

ผมฉีกยิ้ม เป็นเวลาเดียวกันกับที่มีใครบางคนเดินเข้าประตูห้องมาพอดี
ผู้หญิงข้างๆ ผมชักมือกลับ แล้วซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหลัง
ผมจำได้ เขาชื่อว่าน แสดงหนังเรื่องเดียวกับเธอด้วย
เขาโบกมือทักทายผมกับเธอแล้วก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจก
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ต่าย บอล พลุ นักแสดงอีก 3 คนก็เดินเข้ามาพร้อมกันพร้อมกับเสียงพูดคุยเฮฮา
ต่ายพูดขึ้นเมื่อเห็นคนที่นั่งข้างๆ ผม

"นาถเมคอัพเสร็จแล้วเหรอ ได้ซ้อมเพลงรึยังน่ะ"

"ซ้อมแล้วอะ เดี๋ยวเรามานะ"

"อือ"

เธอลุกขึ้น มองมาทางผม
และพยักหน้า เป็นสัญญาณให้ตามเธอไป
เราออกไปนอกห้อง และเดินไปตามทางเดิน
หลบทีมงานหลายคนที่เดินผ่านไปมาเข้าไปที่มุมหนึ่ง
บริเวณนี้ไม่มีใครเดินผ่าน เราสองคนหยุดเดิน

"ตรงนี้แหละ ไม่มีใครเห็นละ"

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมจะถ่ายรูป
เธอยิ้มแล้วขยับตัวเข้ามาชิดผมและเหยียดแขนสุดมือ
เราสองคนมองไปที่กล้องบนมือถือตรงหน้า

"เอาละนะ .. หนึ่ง"

หัวใจผมเต้นแรงอีกครั้ง

"สอง .."

ผมตื่นเต้น แต่ก็พยายามยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

"สาม!"

พรึ่บ ..

ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด
ผมหันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร ไฟในสตูดิโอคงดับ
ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น
เริ่มมีแสงสว่าง ไฟคงจะตกไปไม่กี่วินาที
ภาพในตาของผมก็ค่อยๆ ปรากฎเห็นชัดขึ้น





..เพดานห้องนอน




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Nanashi-San

หรือนี่จะเป็นตอนจบ ?

เมื่อคืน เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสุขของผม ก่อนกลับบ้าน
ได้ไปงานแถลงข่าวเปิดอัลบั้มซีซั่นเช้นจ์ที่ตึกแกรมมี่
จะอัพไดหนุกๆ หวานๆ ซะหน่อย
แต่ก็มาเกิดการปฏิวัติขึ้นซะก่อน
ทำให้วุ่นวายมาก ตื่นเต้น หาข่าวอ่านไปทั่ว
ตกใจ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
ออนเอ็มคุยกับเพื่อน
เห็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน

สำหรับเรื่องนี้ ไม่ขอออกความเห็นแล้วกันนะ
เดี๋ยวอาจทะเลาะกันได้
แต่กำลังคิดว่าเหตุการณ์นี้
มันจะเป็นตอนจบของเรื่องวุ่นวายที่เกรอะกรังมานานของประเทศเรารึเปล่า
จะจบลงด้วยดี หรือยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ?

นึกถึง V For Vendetta เลย หนังดีที่ไม่ค่อยมีคนดู
เหตุการณ์หลายๆ อย่างของบ้านเราไปเหมือนกับหนังเรื่องนี้โดยบังเอิญ
จะต่างกันก็แค่ในหนังมันเป็นพลังของประชาชนที่รวมตัวกันปฏิวัติ ไม่ใช่กำลังทหาร
กับตอนจบที่ต่างกัน

เพราะในหนังน่ะ ..




..ท่านผู้นำตาย




ปล. อะจึ๊ยยยย เผลอสปอย
ปล.2 พรุ่งนี้ค่อยอัพไดแบบเพ้อฝันถึงนาถละกัน วันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่
แต่ก็ดีใจนะที่เหตุการณ์ไม่แย่เหมือนที่กลัวๆ อยู่
ปล.3 ทำตามที่ท่านพี่จูบอกละ
เอาเพลง เพื่อเธอตลอดไป ที่เราร้องเอง ให้เค้าคนนั้นลองเปิดฟังแล้วนะ
แต่เค้าบอกว่าเสียงไม่ออก ฮ่วย คอมเค้าเน่าเจงๆ
เอาไว้ออนเจอกันที่มหาลัยค่อยเอาให้เค้าฟังอีกที (ถ้าแฟนเค้าไม่อยู่นะ)
ปล.4 คืนนี้เวลา 23.00 น. รถถังจำนวน 4 ลำจะไปปิดล้อมร้านเดอะช็อค ข้าวต้มผี
โดยคณะปฏิรูปรายการวิทยุชื่อดัง 'สปอร์ตหลีแหลก' นำโดยท่านผู้นำ เต้ยโซคูล !!



Paradox / ผงาดง้ำค้ำโลก

ตกลงกูเป็นอะไร .. ?

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ไปหาหมอมา

หมอบอกว่า
การที่เราปวดท้องน้อยด้านขวาแบบไม่ค่อยรุนแรงแบบนี้
มีหลายสาเหตุที่จะชักนำไปได้สู่หลายโรค
ถ้าไม่ใช่นิ่วในกระเพาะอาหาร ก็คงเกี่ยวกับลำไส้
ซึ่งอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบแบบเรื้อรัง ที่ไม่ค่อยพบบ่อยก็ได้
อันดับแรกก็ได้ตรวจปัสสาวะดูแล้ว แต่ก็ปกติดี
ดังนั้น ไม่ใช่นิ่วแล้วแน่นอน ต่อมาคงเป็นเกี่ยวกับลำไส้
หมอแนะนำอีกว่า ถ้าจะตรวจเช็คให้ละเอียดผ่านกระบวนการ
เช่น อัลตร้าซาวด์, เปิดท้องตรวจดู หรือวิธีอื่นๆ
มันจะเป็นการเกินกว่าเหตุ ซึ่งตรวจมาแล้วอาจไม่พบอะไรรุนแรง
อาจจะเป็นแค่ลำไส้เกร็งตัวเท่านั้น ทำให้สิ้นเปลืองเงิน
หมอเลยสันนิษฐานคร่าวๆ ว่า น่าจะเกิดจากลำไส้เกร็งตัว
ก็ให้ยามาทาน แล้วรอดูผลในอีก 5 วัน
ถ้าหายปวด ก็ไม่ต้องมาหาอีก
แต่ถ้ายังปวดอยู่ก็มาใหม่


...


ระหว่างที่รอดูอาการ
อาการปวดก็ไม่ได้หายไปเลย
มีแต่ปวดรุนแรงขึ้นทีละน้อย แต่ก็ไม่ได้ปวดรุนแรงมาก
แค่รู้สึกเจ็บจี๊ดเป็นบางเวลา เป็นๆ หายๆ
การกินยาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร

แล้วก็ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไส้ติ่งอักเสบแบบเรื้อรังที่ไม่ค่อยมีคนเป็นกัน
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4712495/L4712495.html
http://www.mahidol.ac.th/mahidol/ra/rans/Resources/PublicEdu/Appendic.htm
อ่านจนค่อนข้างแน่ใจว่าตัวเองคงต้องเป็นโรคนี้แน่ๆ
เพราะอาการมันบ่งบอก


...


จนถึงวันนี้
ครบห้าวันแล้ว ..
อาการปวดก็ยังไม่ทุเลาลง
และยังคงแน่ใจพอสมควรว่าตัวเองเป็นไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง
เริ่มเตรียมใจสำหรับการผ่าตัดแล้วด้วย กังวลมาก
มากถึงขั้นถามดิวที่เคยผ่าตัดมาแล้ว
ว่าตอนผ่าเป็นยังไงบ้าง เจ็บมั้ย ต้องอยู่โรงบาลกี่วัน
และก็เริ่มห่วงงานที่จะต้องส่ง ต้องพรีเซนต์ในสัปดาห์หน้าด้วย
ถ้าต้องผ่าตัดนอนที่โรงพยาบาล งานพวกนี้จะทำยังไง ..


...


วันนี้ก็เพิ่งไปมาอีกครั้งตามนัด
แต่ไม่ได้หมอคนเดิม
คราวนี้ข้อสันนิษฐานของหมอก็เปลี่ยนไป
หมอบอกว่าไม่ใช่ไส้ติ่งอักเสบ
เพราะถ้าเป็น ก็คงปวดแบบเดินไม่ได้แล้ว
ถามป๊าว่ามีญาติที่เป็นมะเร็งลำไส้มั้ย .. ไม่มี
เค้าก็บอกแบบฟันธงเลยว่า ไม่ใช่มะเร็งลำไส้ และไม่ใช่ไส้ติ่ง
หมอเปิดดูประวัติ ..

ในช่วงเดือนนี้ของปีที่แล้ว
เราเคยมาตรวจรักษาอยู่ครั้งนึง เพราะเป็นโรคกระเพาะ
แต่ครั้งนั้นปวดท้องด้านซ้าย ซึ่งครั้งนี้เป็นด้านขวา มันไม่น่าเกี่ยวกัน
แต่หมอบอกว่า มันอาจจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้
เพราะการกรดในกระเพาะอาหารอาจมีปัญหา
และส่งผลให้ลำไส้ทำงานผิดพลาดไปด้วย
แล้วเค้าก็ถามถึงการขับถ่ายของเรา
เราท้องผูกมานานแล้ว ถ่ายประมาณวันเว้นวัน
เค้าก็เลยให้ยามากินอีกแล้ว
บอกว่าลองกินยาให้มันครบๆ ดูก่อน เผื่อจะหาย
แล้วก็จัดแจงนัดให้เรามาหาหมอเฉพาะทางในเรื่องทางเดินอาหาร
ที่เค้าเคยดูแลไข้เราตอนมาตรวจโรคกระเพาะเมื่อปีที่แล้ว
ให้มาหาอีกทีวันเสาร์หน้า


...


ไม่รู้นะ
รู้สึกว่าหมอคนที่วันนี้ไปหามา
เหมือนเค้าไม่ค่อยรู้จริงเท่าไหร่
ไม่ค่อยเชื่อเค้าเท่าไหร่อะ
แต่นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ
ไม่รู้สิ
ลองดูอาการไปอีกอาทิตย์นึงแล้วกัน
ดีเหมือนกัน จะได้มีเวลาเคลียร์งานที่เหลือให้เสร็จทัน

แต่ถ้าผ่านอาทิตย์นี้ไปแล้วอาการปวดมันยังไม่หาย




..ก็คงถึงเวลาต้องมองโลกในแง่ร้ายมากกว่านี้แล้วล่ะมั้ง



ปล. สตอรี่ไทยจะเลิกห่วยได้รึยัง
อัพแต่ละทีติดโคดยากเลย นี่ครั้งที่ 20 กว่าแล้วนะ




บอล พลุ ว่าน นาถ ต่าย / วัดใจ

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #3

หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย
แต่สื่อมวลชนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
งานแถลงข่าวเริ่มช้ากว่ากำหนดไปซะนาน
แต่ผมเองก็ยังลุ้นอยู่ว่าถ้าเราแอบเนียนเข้าไป จะโดนรปภ.ลากตัวออกมาไหม ..

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ผมก็เห็นนักข่าวจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องประชุม
พี่ฉานส่งสัญญาณให้ผมกับพี่เคี้ยงเดินเข้าไปได้แล้ว
เราสามคนเดินเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ ที่เป็นเหมือนห้องสำหรับพรีเซนต์งานที่มหาวิทยาลัย
เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงกัน ติดป้าย GMM MGA ที่พนัก
เวทีขนาดเล็กๆ หน้าห้อง และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ฉากหลังบนเวทีเป็นภาพอาร์ตและโลโก้ที่แปลกตาไป
คงจะเป็นแบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในอัลบั้มเพลงโดยเฉพาะ

ผมตัดสินใจไม่ขึ้นไปนั่งที่นั่งที่ด้านหลัง
เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวคือ อยู่ไกลเวที ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป
พี่ฉานเดินหามุมดีๆ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะขนาดของห้องที่แคบเหลือเกิน
สื่อมวลชนเริ่มทยอยเดินเข้ามากันจนเต็ม
เราสามคนจับจองพื้นที่บริเวณหน้าเวทีด้านขวา
นักข่าวอีกหลายคนก็เลือกที่จะอยู่มุมเดียวกับเราเช่นกัน
โชคดีที่ไม่มีใครมาสะกิดและเรียกออกไปสอบสวนนอกห้อง เพราะเราไม่ใช่สื่อมวลชน ..

เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากสื่อมวลชนเงียบลง
เพราะฉากหลังจากเครื่องโปรเจคเตอร์มืดไป
ภาพต่อมาเป็นคลิปสั้นๆ แสดงถึงแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์
ที่ทำให้ออกมามาเป็นเพลงทั้งสิบเพลงในอัลบั้มพิเศษนี้

ภาพแรงบันดาลใจจบลง
ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังเวที

หัวใจผมตกวูบ ..

เธอ ..

เธอมาแล้ว

แน่ใจใช่ไหมว่ารัก ..
ผมเปลี่ยนโหมดกล้องให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
แล้วหันกล้องไปที่เธอจนเธอร้องเพลงนี้จบ
ชุดสีแดงน่ารักเข้ากับตัวเธอจริงๆ



หลังจากที่เธอกลับเข้าไป
พระเอกของเรื่องก็ออกมาโชว์เพลง
แต่ความสนใจของผมก็ลดต่ำลง
ได้แต่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งบ้างประปราย
ได้แต่รอเวลาให้เธอออกมาอีกครั้ง

ต่าย กับเพลงฤดูรัก เพลงใสๆ ฟังแล้วนุ่มนวลดี
ผมยืนฟังจนเพลิน
และเมื่อจบเพลงนี้
คนที่ผมรอคอยก็มาสักที

ยึกยัก .. เธอนั่นแหละที่ยึกยัก
ท่าเต้นยึกยักของเธอ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก
และนั่นทำให้ผมลืมถ่ายภาพไปชั่วขณะ
ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นิ้วชี้มือขวาจึงจะรู้หน้าที่ของมัน ..



บนเวที จะมีคนยืนอยู่เยอะแค่ไหน



แต่ผมก็มองเห็นเธอเพียงคนเดียว



คนเดียวเท่านั้น ..



รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมเผลอกดชัตเตอร์ติดต่อกันมากกว่าสิบครั้ง














...


การแสดงและแนะนำอัลบั้มจบลง
งานแถลงข่าวและเปิดตัวก็จบลงเช่นกัน
หลังจากที่สื่อมวลชนจากหลากหลายสังกัดได้มาสัมภาษณ์
ผมก็เบียดเหล่าฝูงชนเข้าไป พยายามที่จะเก็บภาพของเธอ
ช่างภาพหลายคนเรียกให้เธอมองกล้อง เธอก็มองตาม
แต่ผมไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
เพราะเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อเรียกเธอ มันไปไม่ถึงเธอ
แต่ติดอยู่ในลำคอของผมเอง ..

ผมกลั้นใจ รวบรวมความกล้า
และพูดออกไป

"นาถครับ ขอกล้องนี้นะครับ"

แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยิน
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ เธอก็หันหลังกลับ
และเดินไปให้สัมภาษณ์กับสถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งบนเวที
ทิ้งผมให้ยืนอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
ผมเก็บภาพเธอมาได้เป็นจำนวนมาก








แต่ทุกภาพที่ได้มา



..ไม่มีภาพใดเลย ที่สายตาเธอจะมองมาที่กล้องของผม


...


หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ไม่รู้จบของเหล่ารายการโทรทัศน์และนิตยสาร
นักแสดงก็พากันออกจากห้องประชุม เพื่อไปถ่ายรูปหมู่กันต่อที่บริเวณหน้าห้อง



หลังจากรูปหมู่ แต่ละคนก็แยกออกไปให้ถ่ายภาพเดี่ยวกัน
และนั่นทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้เธออีกครั้ง

ช่างภาพมากหน้าหลายตารายล้อมเธอ
บางคนย่อตัวลงนั่ง เพื่อไม่เป็นการบังคนที่อยู่ด้านหลัง
ผมเองก็เช่นกัน

มันเหมือนกับผู้คนที่ต่ำต้อยกำลังคุกเข่าต่อหน้านางฟ้าผู้เลอโฉม
วอนขอให้เธอได้มอบพรศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา

ผมนั่งคุกเข่าห่างจากเธอประมาณครึ่งเมตร
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้

เสียงใครคนหนึ่งที่อยู่อีกด้าน เรียกเธอให้หันไป

แล้วเธอก็หันไปตามเสียงนั้น



แล้วเขาคนนั้นก็เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่ได้รอยยิ้มแสนสวยของเธอเก็บไว้

อีกครั้ง ช่างภาพที่นั่งอยู่ข้างผมด้านขวามือ เขาเอ่ยปากเรียกเธอ
อีกครั้ง เธอหันไป



และอีกครั้ง ช่างภาพคนนั้นก็ปลีกตัวออกไปทันทีเช่นคนอื่นๆ หลังจากได้ถ่ายภาพเธอ
เหมือนทุกคนเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

ผมไม่คิดเช่นนั้น ..

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า แล้วกลั่นออกมาด้วยความยากลำบาก
แปรสภาพมันให้ออกมาเป็นคำพูด หวังจะทำให้เธอได้ยิน และหันมาทางผม ..
ในที่สุด ผมก็พูดออกไป ..

"นะ--"
"น้องนาถครับ ทางนี้ครับ"

แต่เสียงของใครคนหนึ่งได้ทำให้ผมหยุดชะงัก และทำให้เสียงของผมหมดความหมาย ..

แน่นอน เธอหันไปที่เขา ไม่ใช่ผม ..



ผมมองเธอยิ้มให้ใครคนนั้น
เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังขึ้นอีก
ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม
วันนี้คงกลับบ้านไปพร้อมกล้องที่ไม่มีภาพที่เธอมองกล้องแม้แต่ใบเดียว
ความหวังดับลงจนหมดสิ้น เมื่อผมได้ยินใครบางคนเรียกเธออีกครั้ง

วินาทีนั้นเอง
ความหวังที่หมดลงมันได้แปรสภาพเป็นบางอย่าง

ภาพของเธอในจอ LCD ที่กล้องในมือผม ..

เธอกำลังมองมาทางนี้ ..

เธอยิ้ม

ใช่ .. เธอมองมาทางนี้


...


ผมมองเห็นตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าขอพรต่อหน้านางฟ้า
นางฟ้าผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงสีแดง


ในตอนนี้ ผมได้รับพรอันประเสริฐนั้นแล้ว ..


...


สมองสั่งการให้ผมกดปุ่มถ่ายภาพทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มไปด้วย
ผมเลื่อนกล้องลง ทำให้ผมไม่ต้องมองเธอผ่านจอ LCD อีกต่อไป

แต่แววตาของเธอที่มองมา ทำผมประหม่า ..


"..ครับ"

เพราะความตื่นเต้น ผมตั้งใจจะพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ให้เธอได้ยิน
แต่กลับไม่มีเสียงออกมา มีเพียงพยางค์สุดท้ายเบาๆ เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ยินเลย ..

เธอฉีกยิ้มสวยกว่าเดิม ก้มหน้าเล็กน้อย
แล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงเช่นเดียวกับผม


"ค่ะ"



ผมจะจดจำไว้ตลอดไป




..วันนี้ ผมได้สบตากับนางฟ้า ..















OST. Densha Otoko / A Fateful Encounter

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #2

ผมฝันเป็นเรื่องราวฟุ้งซ่านติดต่อกันสองคืนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุจริงๆ ที่เป็นแบบนี้
มันน่าจะอยู่ที่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ..


...


บ่ายวันที่ 19


"เสร็จไปอีกงาน .. เฮ่อ โล่งใจ"

ผมพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากที่ออกจากห้องพักครูอาจารย์คณะนิติศาสตร์
ผมเพิ่งส่งรายงานวิชากฎหมายสื่อสารมวลชนไป พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
หลังจากที่ลำบากตรากตรำกับรายงานสุดโหดวิชานี้มาเป็นเวลาเดือนเศษ
ตอนนี้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
งานที่เหลือก็มีอีกแค่ 3 วิชา หลังจากนี้คงไม่มีอะไรหนักหนาแล้ว
นั่นเพราะเราผ่านสิ่งที่ยากที่สุดไปได้แล้ว ซึ่งก็คือรายงานวิชากฎหมายนี่เอง

ท้องฟ้าวันนี้ใส มีเมฆมาก แต่ไม่มากพอที่จะเกาะกลุ่มกันบดบังแสงอาทิตย์
และกลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำ เหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมา
วันนี้อากาศดีจริงๆ ..

ในมือผมมีกล้องที่ยืมมาจากเต้ย เพื่อนผู้ใจดีของผมเอง
เต้ยให้ยืมกล้องในทุกสถานการณ์ แม้ว่าผมจะชอบเอาไปถ่ายอะไรไร้สาระก็ตาม
แล้ววันนี้ก็คงเป็นอีกครั้งนึง ที่ผมไม่ได้ยืมกล้องเต้ยไปใช้เพื่อทำงาน


...


บนรถตู้โดยสาร ฟิวเจอร์พาร์ค-อนุสาวรีย์ชัย ด่วนโทลล์เวย์
ผมพยายามข่มตาตัวเองให้นอนหลับ เพื่อชดเชยเวลานอน ที่ขาดหายไปสะสมมาหลายวันแล้ว

เมื่อเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ของเมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 17)
ผมได้ดูรายการ ที่นี่หมอชิต
ทางรายการได้ทำสกู๊ปพิเศษ
พาไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่สอนดนตรีเป็นวิชาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมแห่งเดียวในประเทศไทย
วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ผมนึกอยากเรียนที่นี่ตั้งแต่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้ว
เพราะชอบบรรยากาศในการเรียน เสียงดนตรี และสภาพแวดล้อมของตัวโรงเรียนที่สื่อออกมาในหนัง
แต่ ที่นี่หมอชิต ที่พาไปชมแทบจะทั่วโรงเรียน ก็ทำให้ผมอยากเรียนที่นี่มากขึ้นไปอีก

หลังจากที่สกู๊ปพิเศษพาชมโรงเรียนจบลง
ช่วงต่อไปก็เป็นการสัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์และนักแสดงนำ 3 คนในเรื่อง
ต่าย บอล นาถ
บทสัมภาษณ์ก็เดิมๆ เป็นเรื่องที่ผมได้อ่านและได้ดูมาบ่อยแล้ว
แทบจะไม่มีอะไรใหม่เลย

แต่สิ่งเดียวที่ต่างไปคือรอยยิ้มของนาถ
มันทำให้ผมใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็น ..

จุดเริ่มต้นของการเดินทางพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือครั้งนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
ขณะที่ผมกำลังอยู่ที่บ้านเต ที่แนทไปทำงาน และผมก็ติดสอยห้อยตามไปด้วย
ได้มีโทรศัพท์จากพี่ฉาน จากเว็บแฟนคลับของนาถ
ที่เคยเจอกันเมื่อตอนไปร่วมงานดูหนังด้วยเกล้า ที่พารากอน เมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา
พี่ฉานบอกว่า พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มพิเศษของนักแสดงเรื่อง Seasons Change
ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าจะไปได้ เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าต้องอยู่ทำงานอะไรเพิ่มเติมที่มหาลัยรึเปล่า
แต่ในที่สุดก็จัดการทุกอย่างให้ลงตัว และสามารถไปได้


...


ผมไม่คุ้นเส้นทางย่านอโศกเลย
รู้เพียงว่าการเดินทางไปยังอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส
ทำได้โดยขึ้นรถไฟฟ้าจากอนุสาวรีย์มาลงที่อโศก แล้วเดินไป
แต่เดินไปทางไหน .. ผมไม่รู้

ผมเดินไปตามทางที่คิดว่าน่าจะถูก
แต่ก็ยาก เพราะตึกและอาคารสำนักงานในแถบนี้มีเยอะเหลือเกิน
เป็นการยากที่จะเดินหาได้โดยการคาดคะเน


...


ผมจ่ายเงิน 10 บาท เป็นค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง
แล้วมุ่งหน้าสู่ตึกจีเอ็มเอ็ม
บังเอิญที่พี่ฉานก็มาพร้อมกับผมพอดี

พี่ฉานบอกว่ายังมีพี่อีกคนที่ได้ชวนมาด้วย และเขายังมาไม่ถึง
เป็นพี่ในบอร์ดเหมือนกัน ชื่อพี่เคี้ยง
ก็ต้องรอจนกว่าพี่เคี้ยงจะมาถึงก่อน เราถึงจะไปพร้อมกัน

ผมสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ล็อบบี้
ก่อนจะเข้าไปต้องแลกบัตรก่อน
งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนมาทำข่าวกัน
แต่เราไม่ใช่ แล้วจะเข้าไปได้หรือ ?

พี่ฉานบอกว่าน่าจะเข้าได้ เราก็เข้าไปเซ็นชื่อที่หน้างาน
ปลอมตัวทำทีเป็นสื่อมวลชน เขาก็น่าจะให้เข้า
ไหนๆ ก็ถือกล้องมากันอยู่แล้ว คงจะเนียนเข้าไปได้
นี่เป็นคำตอบจากพี่ฉานที่มีประสบการณ์การทำงานเป็นสื่อมาก่อน

และแล้วพี่เคี้ยงก็มาถึง เสื้อยืดสีขาวไม่มีลายกับกางเกงยีนส์
บุคลิกของพี่เคี้ยงตรงตามที่ผมจินตนาการเอาไว้เลย
หลังจากที่พี่ฉานบอกไว้ว่าเขารับจ้างถ่ายรูปเป็นอาชีพ
การแต่งตัวเลยดูง่ายๆ เซอร์ๆ แบบนี้

เราสามคนไปแลกบัตรที่เคาน์เตอร์
ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่นำบัตรประชาชนไปแลกบัตร Visitor มาติดเสื้อไว้เท่านั้นเอง
ผมโล่งใจ นึกว่าจะมีการตรวจสอบกันมากกว่านี้
พวกเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่ 21 ที่ที่จะมีการจัดงานแถลงข่าว


...


ที่หน้าลิฟต์ มีโปสเตอร์โฆษณาอัลบั้ม Seasons Change ติดอยู่
ทำให้แน่ใจได้ว่าพวกเรามาไม่ผิดชั้น

เดินตรงเข้าไป ก่อนถึงห้องประชุมก็มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ พร้อมสมุดลงชื่ออยู่
มีป้ายติดไว้ว่า 'สื่อมวลชน'
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา
ผมเห็นพี่ต้น ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสวนไป

เสียงเพลงคุ้นหูดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง
เป็นเพลง วัดใจ ที่นักแสดงทั้งห้าคนร้องนั่นเอง

"ไปลงชื่อก่อนนะ"

พี่ฉานพูดขึ้นก่อนเดินนำพวกเราไปที่เคาน์เตอร์
แต่ทันทีที่พี่ฉานจรดปากกาเขียนในช่อง 'สังกัด' ว่า 'Nartfanclub.com'
พนักงานก็เงยหน้าขึ้นมามองและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"แฟนคลับไม่ต้องเซ็นนะครับ"

เอาแล้ว ..


...


พวกเรามายืนรอที่อีกมุมหนึ่งของห้อง
ดูเหมือนเขาไม่ต้อนรับคนที่ไม่ใช่สื่อมวลชนเลย
แล้วนี่พวกเราจะเข้าไปได้ไหม ?

เห็นคุณสิน ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับเรื่องแก๊งชะนีเดินออกจากห้องไป

นักข่าวหลายคนเข้าไปลงชื่อ
และได้พูดคุยยิ้มแย้มกับพนักงานคนเดียวกับที่ทำหน้าบึ้งใส่พวกเราเมื่อครู่

ตอนนี้ก็คงได้แต่รอลุ้น ..
เวลาเริ่มงานคือ 17.30 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 17.20 น.
อีก 10 นาทีเท่านั้น

รอ .. รอ .. รอ .. รอ ..


...


เพลงในอัลบั้มถูกเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนวนกลับมาที่เพลงเดิม 2 ครั้ง




..เวลาล่วงเลยจนถึง 17.48 น. แต่พวกเราก็ยังไม่ได้เข้าไปข้างในห้องประชุม




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Graceful Trading

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #1

ไม่บ่อยเลยนะ ..
ที่เราจะนอนหลับฝันถึงใครบางคนได้ติดต่อกันหลายวัน
และคนที่เราฝันถึงคนนั้น คือคนคนเดียวกัน


...


เมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 19)

ผมอยู่ในรถตู้
ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผม
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ตัวละครของเธอไม่ได้เด่นเท่านางเอกของเรื่อง
แต่ผมก็ชอบเธอมากกว่านางเอกในเรื่องซะอีก
ผมได้ยินคนขับรถพูด
เรากำลังจะไปที่สตูดิโอ เพื่อถ่ายทำรายการหนึ่ง
ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ เวลานี้
และทำไมในมือของผมมีแฟ้มที่บันทึกคิวงานของเธอตลอดเดือนกันยายน
คิวงานโทรทัศน์ วิทยุ และโชว์ตัวตามที่ต่างๆ
ผมมองหน้าเธอ
เธอยิ้มให้
แต่รอยยิ้มและขอบตาของเธอแสดงให้เห็นว่างานที่เธอกำลังทำอยู่
มันทำให้เธอเหนื่อยเพียงใด
จนรถมาถึงสตูดิโอและเทียบท่าจอด ผมจึงได้รู้ ..


..ผมฝันไป

เมื่อลืมตาขึ้นมา ผมเห็นแต่เพดานห้องนอนของตัวเอง


...


เมื่อคืนนี้ (คืนวันที่ 20)

ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวในห้องห้องหนึ่ง
ในห้องนี้มีโต๊ะเครื่องแป้ง และกระจกบานใหญ่
คล้ายจะเป็นร้านเสริมสวย แต่มันเป็นแค่ห้องเล็กๆ เท่านั้น
ผู้หญิงคนเดิมนั่งอยู่ตรงหน้ากระจก เธอหันหลังให้ผม
แต่ผมมองเห็นหน้าเธอผ่านทางกระจก
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งกำลังใช้ไดร์เป่าผมทำให้เธอดูดีขึ้น
แต่ผมชอบตอนที่เธอไม่แต่งหน้า ไม่ทำผมมากกว่า มันดูเป็นธรรมชาติดี
จู่ๆ ก็มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนเรียกจากประตูห้อง
แล้วช่างแต่งหน้าก็เดินออกไปตามเสียงนั้น
ในห้องเหลือแค่ผมกับเธอสองคน
ผมเธอถูกดัดเป็นลอนสวยงามเรียบร้อย
แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ชอบตอนที่เธอผมตรงธรรมดามากกว่า
เธอมองผมผ่านกระจก แล้วถามขึ้นว่า

"วันนี้มีงานถึงกี่โมงนะบูม"

งาน .. ?
งานอะไรเหรอ
ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เธอถาม
ผมไม่รู้แม้แต่อะไรที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่กับเธอได้
ผมตอบเธอไป

"งานอะไรเหรอครับ"

เธอหัวเราะ ผมมองเธอ
ขอบตาเธอมีสีคล้ำเล็กน้อย เธอคงไม่ค่อยได้พักผ่อน
แต่รอยยิ้มของเธอทำให้อุณหภูมิบนใบหน้าผมสูงขึ้น
เธอคงไม่ทันสังเกตว่าผมหน้าแดง

"คนอย่างเธอตลกกับเค้าเป็นด้วยเหรอ
งานอะไร แหม ถามมาได้
ก็งานของเราน่ะสิ รายการนี้เราต้องอยู่อัดถึงกี่โมงอะ"

ผมทำหน้างงยิ่งกว่าเดิม
แต่มันทำให้เธอหัวเราะอีกแล้ว

"อ้าว ยังตลกไม่เลิกอีกแน่ะ เราดูเองก็ได้"

ว่าแล้วเธอก็เดินมาหยิบแฟ้มที่วางอยู่ข้างตัวผมและเปิดออกดู

"สามโมงครึ่งถึงห้าโมง อืม ..
แค่ออกไปร้องเพลงแล้วก็นั่งเฉยๆ สินะ"

ผมนึกออกแล้ว เธอมีนัดอัดรายการที่สตูดิโอแห่งนี้
และที่นี่เป็นห้องแต่งหน้า ส่วนผมก็เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ

"บูม แล้วรูปที่เธอขอถ่ายกับเราอะ เอาตอนนี้เลยละกัน เราว่างอยู่"

เธอเดินเข้ามาหาผม และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
เธอมานั่งข้างผม และเปิดฝาพับโทรศัพท์ออก
เธอขยับเข้ามาใกล้จนชิด หัวใจผมเต้นแรง
ร่างกายด้านขวาของผมชาไปทั้งแถบ
เธอยืดแขนถือโทรศัพท์ออกไปข้างหน้า ตรงหน้าเราทั้งสองคน
ผมมองกล้องเล็กๆ ที่อยู่บนโทรศัพท์เครื่องนั้น

"ยิ้มสิบูม อย่ามัวทำหน้างง"

ผมฉีกยิ้ม เป็นเวลาเดียวกันกับที่มีใครบางคนเดินเข้าประตูห้องมาพอดี
ผู้หญิงข้างๆ ผมชักมือกลับ แล้วซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหลัง
ผมจำได้ เขาชื่อว่าน แสดงหนังเรื่องเดียวกับเธอด้วย
เขาโบกมือทักทายผมกับเธอแล้วก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจก
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ต่าย บอล พลุ นักแสดงอีก 3 คนก็เดินเข้ามาพร้อมกันพร้อมกับเสียงพูดคุยเฮฮา
ต่ายพูดขึ้นเมื่อเห็นคนที่นั่งข้างๆ ผม

"นาถเมคอัพเสร็จแล้วเหรอ ได้ซ้อมเพลงรึยังน่ะ"

"ซ้อมแล้วอะ เดี๋ยวเรามานะ"

"อือ"

เธอลุกขึ้น มองมาทางผม
และพยักหน้า เป็นสัญญาณให้ตามเธอไป
เราออกไปนอกห้อง และเดินไปตามทางเดิน
หลบทีมงานหลายคนที่เดินผ่านไปมาเข้าไปที่มุมหนึ่ง
บริเวณนี้ไม่มีใครเดินผ่าน เราสองคนหยุดเดิน

"ตรงนี้แหละ ไม่มีใครเห็นละ"

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมจะถ่ายรูป
เธอยิ้มแล้วขยับตัวเข้ามาชิดผมและเหยียดแขนสุดมือ
เราสองคนมองไปที่กล้องบนมือถือตรงหน้า

"เอาละนะ .. หนึ่ง"

หัวใจผมเต้นแรงอีกครั้ง

"สอง .."

ผมตื่นเต้น แต่ก็พยายามยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

"สาม!"

พรึ่บ ..

ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด
ผมหันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร ไฟในสตูดิโอคงดับ
ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น
เริ่มมีแสงสว่าง ไฟคงจะตกไปไม่กี่วินาที
ภาพในตาของผมก็ค่อยๆ ปรากฎเห็นชัดขึ้น





..เพดานห้องนอน




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Nanashi-San

หรือนี่จะเป็นตอนจบ ?

เมื่อคืน เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสุขของผม ก่อนกลับบ้าน
ได้ไปงานแถลงข่าวเปิดอัลบั้มซีซั่นเช้นจ์ที่ตึกแกรมมี่
จะอัพไดหนุกๆ หวานๆ ซะหน่อย
แต่ก็มาเกิดการปฏิวัติขึ้นซะก่อน
ทำให้วุ่นวายมาก ตื่นเต้น หาข่าวอ่านไปทั่ว
ตกใจ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
ออนเอ็มคุยกับเพื่อน
เห็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน

สำหรับเรื่องนี้ ไม่ขอออกความเห็นแล้วกันนะ
เดี๋ยวอาจทะเลาะกันได้
แต่กำลังคิดว่าเหตุการณ์นี้
มันจะเป็นตอนจบของเรื่องวุ่นวายที่เกรอะกรังมานานของประเทศเรารึเปล่า
จะจบลงด้วยดี หรือยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ?

นึกถึง V For Vendetta เลย หนังดีที่ไม่ค่อยมีคนดู
เหตุการณ์หลายๆ อย่างของบ้านเราไปเหมือนกับหนังเรื่องนี้โดยบังเอิญ
จะต่างกันก็แค่ในหนังมันเป็นพลังของประชาชนที่รวมตัวกันปฏิวัติ ไม่ใช่กำลังทหาร
กับตอนจบที่ต่างกัน

เพราะในหนังน่ะ ..




..ท่านผู้นำตาย




ปล. อะจึ๊ยยยย เผลอสปอย
ปล.2 พรุ่งนี้ค่อยอัพไดแบบเพ้อฝันถึงนาถละกัน วันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่
แต่ก็ดีใจนะที่เหตุการณ์ไม่แย่เหมือนที่กลัวๆ อยู่
ปล.3 ทำตามที่ท่านพี่จูบอกละ
เอาเพลง เพื่อเธอตลอดไป ที่เราร้องเอง ให้เค้าคนนั้นลองเปิดฟังแล้วนะ
แต่เค้าบอกว่าเสียงไม่ออก ฮ่วย คอมเค้าเน่าเจงๆ
เอาไว้ออนเจอกันที่มหาลัยค่อยเอาให้เค้าฟังอีกที (ถ้าแฟนเค้าไม่อยู่นะ)
ปล.4 คืนนี้เวลา 23.00 น. รถถังจำนวน 4 ลำจะไปปิดล้อมร้านเดอะช็อค ข้าวต้มผี
โดยคณะปฏิรูปรายการวิทยุชื่อดัง 'สปอร์ตหลีแหลก' นำโดยท่านผู้นำ เต้ยโซคูล !!



Paradox / ผงาดง้ำค้ำโลก

ตกลงกูเป็นอะไร .. ?

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ไปหาหมอมา

หมอบอกว่า
การที่เราปวดท้องน้อยด้านขวาแบบไม่ค่อยรุนแรงแบบนี้
มีหลายสาเหตุที่จะชักนำไปได้สู่หลายโรค
ถ้าไม่ใช่นิ่วในกระเพาะอาหาร ก็คงเกี่ยวกับลำไส้
ซึ่งอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบแบบเรื้อรัง ที่ไม่ค่อยพบบ่อยก็ได้
อันดับแรกก็ได้ตรวจปัสสาวะดูแล้ว แต่ก็ปกติดี
ดังนั้น ไม่ใช่นิ่วแล้วแน่นอน ต่อมาคงเป็นเกี่ยวกับลำไส้
หมอแนะนำอีกว่า ถ้าจะตรวจเช็คให้ละเอียดผ่านกระบวนการ
เช่น อัลตร้าซาวด์, เปิดท้องตรวจดู หรือวิธีอื่นๆ
มันจะเป็นการเกินกว่าเหตุ ซึ่งตรวจมาแล้วอาจไม่พบอะไรรุนแรง
อาจจะเป็นแค่ลำไส้เกร็งตัวเท่านั้น ทำให้สิ้นเปลืองเงิน
หมอเลยสันนิษฐานคร่าวๆ ว่า น่าจะเกิดจากลำไส้เกร็งตัว
ก็ให้ยามาทาน แล้วรอดูผลในอีก 5 วัน
ถ้าหายปวด ก็ไม่ต้องมาหาอีก
แต่ถ้ายังปวดอยู่ก็มาใหม่


...


ระหว่างที่รอดูอาการ
อาการปวดก็ไม่ได้หายไปเลย
มีแต่ปวดรุนแรงขึ้นทีละน้อย แต่ก็ไม่ได้ปวดรุนแรงมาก
แค่รู้สึกเจ็บจี๊ดเป็นบางเวลา เป็นๆ หายๆ
การกินยาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร

แล้วก็ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไส้ติ่งอักเสบแบบเรื้อรังที่ไม่ค่อยมีคนเป็นกัน
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4712495/L4712495.html
http://www.mahidol.ac.th/mahidol/ra/rans/Resources/PublicEdu/Appendic.htm
อ่านจนค่อนข้างแน่ใจว่าตัวเองคงต้องเป็นโรคนี้แน่ๆ
เพราะอาการมันบ่งบอก


...


จนถึงวันนี้
ครบห้าวันแล้ว ..
อาการปวดก็ยังไม่ทุเลาลง
และยังคงแน่ใจพอสมควรว่าตัวเองเป็นไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง
เริ่มเตรียมใจสำหรับการผ่าตัดแล้วด้วย กังวลมาก
มากถึงขั้นถามดิวที่เคยผ่าตัดมาแล้ว
ว่าตอนผ่าเป็นยังไงบ้าง เจ็บมั้ย ต้องอยู่โรงบาลกี่วัน
และก็เริ่มห่วงงานที่จะต้องส่ง ต้องพรีเซนต์ในสัปดาห์หน้าด้วย
ถ้าต้องผ่าตัดนอนที่โรงพยาบาล งานพวกนี้จะทำยังไง ..


...


วันนี้ก็เพิ่งไปมาอีกครั้งตามนัด
แต่ไม่ได้หมอคนเดิม
คราวนี้ข้อสันนิษฐานของหมอก็เปลี่ยนไป
หมอบอกว่าไม่ใช่ไส้ติ่งอักเสบ
เพราะถ้าเป็น ก็คงปวดแบบเดินไม่ได้แล้ว
ถามป๊าว่ามีญาติที่เป็นมะเร็งลำไส้มั้ย .. ไม่มี
เค้าก็บอกแบบฟันธงเลยว่า ไม่ใช่มะเร็งลำไส้ และไม่ใช่ไส้ติ่ง
หมอเปิดดูประวัติ ..

ในช่วงเดือนนี้ของปีที่แล้ว
เราเคยมาตรวจรักษาอยู่ครั้งนึง เพราะเป็นโรคกระเพาะ
แต่ครั้งนั้นปวดท้องด้านซ้าย ซึ่งครั้งนี้เป็นด้านขวา มันไม่น่าเกี่ยวกัน
แต่หมอบอกว่า มันอาจจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้
เพราะการกรดในกระเพาะอาหารอาจมีปัญหา
และส่งผลให้ลำไส้ทำงานผิดพลาดไปด้วย
แล้วเค้าก็ถามถึงการขับถ่ายของเรา
เราท้องผูกมานานแล้ว ถ่ายประมาณวันเว้นวัน
เค้าก็เลยให้ยามากินอีกแล้ว
บอกว่าลองกินยาให้มันครบๆ ดูก่อน เผื่อจะหาย
แล้วก็จัดแจงนัดให้เรามาหาหมอเฉพาะทางในเรื่องทางเดินอาหาร
ที่เค้าเคยดูแลไข้เราตอนมาตรวจโรคกระเพาะเมื่อปีที่แล้ว
ให้มาหาอีกทีวันเสาร์หน้า


...


ไม่รู้นะ
รู้สึกว่าหมอคนที่วันนี้ไปหามา
เหมือนเค้าไม่ค่อยรู้จริงเท่าไหร่
ไม่ค่อยเชื่อเค้าเท่าไหร่อะ
แต่นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ
ไม่รู้สิ
ลองดูอาการไปอีกอาทิตย์นึงแล้วกัน
ดีเหมือนกัน จะได้มีเวลาเคลียร์งานที่เหลือให้เสร็จทัน

แต่ถ้าผ่านอาทิตย์นี้ไปแล้วอาการปวดมันยังไม่หาย




..ก็คงถึงเวลาต้องมองโลกในแง่ร้ายมากกว่านี้แล้วล่ะมั้ง



ปล. สตอรี่ไทยจะเลิกห่วยได้รึยัง
อัพแต่ละทีติดโคดยากเลย นี่ครั้งที่ 20 กว่าแล้วนะ




บอล พลุ ว่าน นาถ ต่าย / วัดใจ

เตรียมใจ

อาการปวดท้องหนักขึ้นเรื่อยๆ
อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะไปหาหมอแล้ว
เราค่อนข้างแน่ใจแล้วว่ามันจะเป็นไส้ติ่ง
ซึ่งจะต้องเข้าผ่าตัดแน่นอนถ้ามันเป็น
แต่เป็นห่วงงานที่ยังไม่เสร็จริงๆ
ถ้าเกิดต้องอยู่ที่โรงบาลนานหลายวัน
อืม เอาเถอะ
ยังไงซะ การพรีเซนต์วันนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดีในระดับหนึ่ง (จากร้อย)

กลัวการผ่าตัดว่ะ
ยังไม่เคยเป็นอะไรรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดเลย
ช่างเถอะ
เมื่อวานก็ได้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตแล้วนี่นะ




..ก็จะเก็บมันไว้เป็นกำลังใจแล้วกัน




เบิร์ด / น้านา..

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #3

หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย
แต่สื่อมวลชนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
งานแถลงข่าวเริ่มช้ากว่ากำหนดไปซะนาน
แต่ผมเองก็ยังลุ้นอยู่ว่าถ้าเราแอบเนียนเข้าไป จะโดนรปภ.ลากตัวออกมาไหม ..

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ผมก็เห็นนักข่าวจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องประชุม
พี่ฉานส่งสัญญาณให้ผมกับพี่เคี้ยงเดินเข้าไปได้แล้ว
เราสามคนเดินเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ ที่เป็นเหมือนห้องสำหรับพรีเซนต์งานที่มหาวิทยาลัย
เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงกัน ติดป้าย GMM MGA ที่พนัก
เวทีขนาดเล็กๆ หน้าห้อง และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ฉากหลังบนเวทีเป็นภาพอาร์ตและโลโก้ที่แปลกตาไป
คงจะเป็นแบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในอัลบั้มเพลงโดยเฉพาะ

ผมตัดสินใจไม่ขึ้นไปนั่งที่นั่งที่ด้านหลัง
เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวคือ อยู่ไกลเวที ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป
พี่ฉานเดินหามุมดีๆ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะขนาดของห้องที่แคบเหลือเกิน
สื่อมวลชนเริ่มทยอยเดินเข้ามากันจนเต็ม
เราสามคนจับจองพื้นที่บริเวณหน้าเวทีด้านขวา
นักข่าวอีกหลายคนก็เลือกที่จะอยู่มุมเดียวกับเราเช่นกัน
โชคดีที่ไม่มีใครมาสะกิดและเรียกออกไปสอบสวนนอกห้อง เพราะเราไม่ใช่สื่อมวลชน ..

เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากสื่อมวลชนเงียบลง
เพราะฉากหลังจากเครื่องโปรเจคเตอร์มืดไป
ภาพต่อมาเป็นคลิปสั้นๆ แสดงถึงแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์
ที่ทำให้ออกมามาเป็นเพลงทั้งสิบเพลงในอัลบั้มพิเศษนี้

ภาพแรงบันดาลใจจบลง
ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังเวที

หัวใจผมตกวูบ ..

เธอ ..

เธอมาแล้ว

แน่ใจใช่ไหมว่ารัก ..
ผมเปลี่ยนโหมดกล้องให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
แล้วหันกล้องไปที่เธอจนเธอร้องเพลงนี้จบ
ชุดสีแดงน่ารักเข้ากับตัวเธอจริงๆ



หลังจากที่เธอกลับเข้าไป
พระเอกของเรื่องก็ออกมาโชว์เพลง
แต่ความสนใจของผมก็ลดต่ำลง
ได้แต่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งบ้างประปราย
ได้แต่รอเวลาให้เธอออกมาอีกครั้ง

ต่าย กับเพลงฤดูรัก เพลงใสๆ ฟังแล้วนุ่มนวลดี
ผมยืนฟังจนเพลิน
และเมื่อจบเพลงนี้
คนที่ผมรอคอยก็มาสักที

ยึกยัก .. เธอนั่นแหละที่ยึกยัก
ท่าเต้นยึกยักของเธอ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก
และนั่นทำให้ผมลืมถ่ายภาพไปชั่วขณะ
ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นิ้วชี้มือขวาจึงจะรู้หน้าที่ของมัน ..



บนเวที จะมีคนยืนอยู่เยอะแค่ไหน



แต่ผมก็มองเห็นเธอเพียงคนเดียว



คนเดียวเท่านั้น ..



รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมเผลอกดชัตเตอร์ติดต่อกันมากกว่าสิบครั้ง














...


การแสดงและแนะนำอัลบั้มจบลง
งานแถลงข่าวและเปิดตัวก็จบลงเช่นกัน
หลังจากที่สื่อมวลชนจากหลากหลายสังกัดได้มาสัมภาษณ์
ผมก็เบียดเหล่าฝูงชนเข้าไป พยายามที่จะเก็บภาพของเธอ
ช่างภาพหลายคนเรียกให้เธอมองกล้อง เธอก็มองตาม
แต่ผมไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
เพราะเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อเรียกเธอ มันไปไม่ถึงเธอ
แต่ติดอยู่ในลำคอของผมเอง ..

ผมกลั้นใจ รวบรวมความกล้า
และพูดออกไป

"นาถครับ ขอกล้องนี้นะครับ"

แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยิน
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ เธอก็หันหลังกลับ
และเดินไปให้สัมภาษณ์กับสถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งบนเวที
ทิ้งผมให้ยืนอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
ผมเก็บภาพเธอมาได้เป็นจำนวนมาก








แต่ทุกภาพที่ได้มา



..ไม่มีภาพใดเลย ที่สายตาเธอจะมองมาที่กล้องของผม


...


หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ไม่รู้จบของเหล่ารายการโทรทัศน์และนิตยสาร
นักแสดงก็พากันออกจากห้องประชุม เพื่อไปถ่ายรูปหมู่กันต่อที่บริเวณหน้าห้อง



หลังจากรูปหมู่ แต่ละคนก็แยกออกไปให้ถ่ายภาพเดี่ยวกัน
และนั่นทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้เธออีกครั้ง

ช่างภาพมากหน้าหลายตารายล้อมเธอ
บางคนย่อตัวลงนั่ง เพื่อไม่เป็นการบังคนที่อยู่ด้านหลัง
ผมเองก็เช่นกัน

มันเหมือนกับผู้คนที่ต่ำต้อยกำลังคุกเข่าต่อหน้านางฟ้าผู้เลอโฉม
วอนขอให้เธอได้มอบพรศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา

ผมนั่งคุกเข่าห่างจากเธอประมาณครึ่งเมตร
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้

เสียงใครคนหนึ่งที่อยู่อีกด้าน เรียกเธอให้หันไป

แล้วเธอก็หันไปตามเสียงนั้น



แล้วเขาคนนั้นก็เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่ได้รอยยิ้มแสนสวยของเธอเก็บไว้

อีกครั้ง ช่างภาพที่นั่งอยู่ข้างผมด้านขวามือ เขาเอ่ยปากเรียกเธอ
อีกครั้ง เธอหันไป



และอีกครั้ง ช่างภาพคนนั้นก็ปลีกตัวออกไปทันทีเช่นคนอื่นๆ หลังจากได้ถ่ายภาพเธอ
เหมือนทุกคนเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

ผมไม่คิดเช่นนั้น ..

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า แล้วกลั่นออกมาด้วยความยากลำบาก
แปรสภาพมันให้ออกมาเป็นคำพูด หวังจะทำให้เธอได้ยิน และหันมาทางผม ..
ในที่สุด ผมก็พูดออกไป ..

"นะ--"
"น้องนาถครับ ทางนี้ครับ"

แต่เสียงของใครคนหนึ่งได้ทำให้ผมหยุดชะงัก และทำให้เสียงของผมหมดความหมาย ..

แน่นอน เธอหันไปที่เขา ไม่ใช่ผม ..



ผมมองเธอยิ้มให้ใครคนนั้น
เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังขึ้นอีก
ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม
วันนี้คงกลับบ้านไปพร้อมกล้องที่ไม่มีภาพที่เธอมองกล้องแม้แต่ใบเดียว
ความหวังดับลงจนหมดสิ้น เมื่อผมได้ยินใครบางคนเรียกเธออีกครั้ง

วินาทีนั้นเอง
ความหวังที่หมดลงมันได้แปรสภาพเป็นบางอย่าง

ภาพของเธอในจอ LCD ที่กล้องในมือผม ..

เธอกำลังมองมาทางนี้ ..

เธอยิ้ม

ใช่ .. เธอมองมาทางนี้


...


ผมมองเห็นตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าขอพรต่อหน้านางฟ้า
นางฟ้าผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงสีแดง


ในตอนนี้ ผมได้รับพรอันประเสริฐนั้นแล้ว ..


...


สมองสั่งการให้ผมกดปุ่มถ่ายภาพทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มไปด้วย
ผมเลื่อนกล้องลง ทำให้ผมไม่ต้องมองเธอผ่านจอ LCD อีกต่อไป

แต่แววตาของเธอที่มองมา ทำผมประหม่า ..


"..ครับ"

เพราะความตื่นเต้น ผมตั้งใจจะพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ให้เธอได้ยิน
แต่กลับไม่มีเสียงออกมา มีเพียงพยางค์สุดท้ายเบาๆ เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ยินเลย ..

เธอฉีกยิ้มสวยกว่าเดิม ก้มหน้าเล็กน้อย
แล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงเช่นเดียวกับผม


"ค่ะ"



ผมจะจดจำไว้ตลอดไป




..วันนี้ ผมได้สบตากับนางฟ้า ..















OST. Densha Otoko / A Fateful Encounter

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #2

ผมฝันเป็นเรื่องราวฟุ้งซ่านติดต่อกันสองคืนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุจริงๆ ที่เป็นแบบนี้
มันน่าจะอยู่ที่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ..


...


บ่ายวันที่ 19


"เสร็จไปอีกงาน .. เฮ่อ โล่งใจ"

ผมพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากที่ออกจากห้องพักครูอาจารย์คณะนิติศาสตร์
ผมเพิ่งส่งรายงานวิชากฎหมายสื่อสารมวลชนไป พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
หลังจากที่ลำบากตรากตรำกับรายงานสุดโหดวิชานี้มาเป็นเวลาเดือนเศษ
ตอนนี้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
งานที่เหลือก็มีอีกแค่ 3 วิชา หลังจากนี้คงไม่มีอะไรหนักหนาแล้ว
นั่นเพราะเราผ่านสิ่งที่ยากที่สุดไปได้แล้ว ซึ่งก็คือรายงานวิชากฎหมายนี่เอง

ท้องฟ้าวันนี้ใส มีเมฆมาก แต่ไม่มากพอที่จะเกาะกลุ่มกันบดบังแสงอาทิตย์
และกลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำ เหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมา
วันนี้อากาศดีจริงๆ ..

ในมือผมมีกล้องที่ยืมมาจากเต้ย เพื่อนผู้ใจดีของผมเอง
เต้ยให้ยืมกล้องในทุกสถานการณ์ แม้ว่าผมจะชอบเอาไปถ่ายอะไรไร้สาระก็ตาม
แล้ววันนี้ก็คงเป็นอีกครั้งนึง ที่ผมไม่ได้ยืมกล้องเต้ยไปใช้เพื่อทำงาน


...


บนรถตู้โดยสาร ฟิวเจอร์พาร์ค-อนุสาวรีย์ชัย ด่วนโทลล์เวย์
ผมพยายามข่มตาตัวเองให้นอนหลับ เพื่อชดเชยเวลานอน ที่ขาดหายไปสะสมมาหลายวันแล้ว

เมื่อเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ของเมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 17)
ผมได้ดูรายการ ที่นี่หมอชิต
ทางรายการได้ทำสกู๊ปพิเศษ
พาไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่สอนดนตรีเป็นวิชาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมแห่งเดียวในประเทศไทย
วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ผมนึกอยากเรียนที่นี่ตั้งแต่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้ว
เพราะชอบบรรยากาศในการเรียน เสียงดนตรี และสภาพแวดล้อมของตัวโรงเรียนที่สื่อออกมาในหนัง
แต่ ที่นี่หมอชิต ที่พาไปชมแทบจะทั่วโรงเรียน ก็ทำให้ผมอยากเรียนที่นี่มากขึ้นไปอีก

หลังจากที่สกู๊ปพิเศษพาชมโรงเรียนจบลง
ช่วงต่อไปก็เป็นการสัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์และนักแสดงนำ 3 คนในเรื่อง
ต่าย บอล นาถ
บทสัมภาษณ์ก็เดิมๆ เป็นเรื่องที่ผมได้อ่านและได้ดูมาบ่อยแล้ว
แทบจะไม่มีอะไรใหม่เลย

แต่สิ่งเดียวที่ต่างไปคือรอยยิ้มของนาถ
มันทำให้ผมใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็น ..

จุดเริ่มต้นของการเดินทางพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือครั้งนี้ มันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
ขณะที่ผมกำลังอยู่ที่บ้านเต ที่แนทไปทำงาน และผมก็ติดสอยห้อยตามไปด้วย
ได้มีโทรศัพท์จากพี่ฉาน จากเว็บแฟนคลับของนาถ
ที่เคยเจอกันเมื่อตอนไปร่วมงานดูหนังด้วยเกล้า ที่พารากอน เมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา
พี่ฉานบอกว่า พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มพิเศษของนักแสดงเรื่อง Seasons Change
ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าจะไปได้ เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าต้องอยู่ทำงานอะไรเพิ่มเติมที่มหาลัยรึเปล่า
แต่ในที่สุดก็จัดการทุกอย่างให้ลงตัว และสามารถไปได้


...


ผมไม่คุ้นเส้นทางย่านอโศกเลย
รู้เพียงว่าการเดินทางไปยังอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เพลส
ทำได้โดยขึ้นรถไฟฟ้าจากอนุสาวรีย์มาลงที่อโศก แล้วเดินไป
แต่เดินไปทางไหน .. ผมไม่รู้

ผมเดินไปตามทางที่คิดว่าน่าจะถูก
แต่ก็ยาก เพราะตึกและอาคารสำนักงานในแถบนี้มีเยอะเหลือเกิน
เป็นการยากที่จะเดินหาได้โดยการคาดคะเน


...


ผมจ่ายเงิน 10 บาท เป็นค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง
แล้วมุ่งหน้าสู่ตึกจีเอ็มเอ็ม
บังเอิญที่พี่ฉานก็มาพร้อมกับผมพอดี

พี่ฉานบอกว่ายังมีพี่อีกคนที่ได้ชวนมาด้วย และเขายังมาไม่ถึง
เป็นพี่ในบอร์ดเหมือนกัน ชื่อพี่เคี้ยง
ก็ต้องรอจนกว่าพี่เคี้ยงจะมาถึงก่อน เราถึงจะไปพร้อมกัน

ผมสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ล็อบบี้
ก่อนจะเข้าไปต้องแลกบัตรก่อน
งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนมาทำข่าวกัน
แต่เราไม่ใช่ แล้วจะเข้าไปได้หรือ ?

พี่ฉานบอกว่าน่าจะเข้าได้ เราก็เข้าไปเซ็นชื่อที่หน้างาน
ปลอมตัวทำทีเป็นสื่อมวลชน เขาก็น่าจะให้เข้า
ไหนๆ ก็ถือกล้องมากันอยู่แล้ว คงจะเนียนเข้าไปได้
นี่เป็นคำตอบจากพี่ฉานที่มีประสบการณ์การทำงานเป็นสื่อมาก่อน

และแล้วพี่เคี้ยงก็มาถึง เสื้อยืดสีขาวไม่มีลายกับกางเกงยีนส์
บุคลิกของพี่เคี้ยงตรงตามที่ผมจินตนาการเอาไว้เลย
หลังจากที่พี่ฉานบอกไว้ว่าเขารับจ้างถ่ายรูปเป็นอาชีพ
การแต่งตัวเลยดูง่ายๆ เซอร์ๆ แบบนี้

เราสามคนไปแลกบัตรที่เคาน์เตอร์
ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่นำบัตรประชาชนไปแลกบัตร Visitor มาติดเสื้อไว้เท่านั้นเอง
ผมโล่งใจ นึกว่าจะมีการตรวจสอบกันมากกว่านี้
พวกเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่ 21 ที่ที่จะมีการจัดงานแถลงข่าว


...


ที่หน้าลิฟต์ มีโปสเตอร์โฆษณาอัลบั้ม Seasons Change ติดอยู่
ทำให้แน่ใจได้ว่าพวกเรามาไม่ผิดชั้น

เดินตรงเข้าไป ก่อนถึงห้องประชุมก็มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ พร้อมสมุดลงชื่ออยู่
มีป้ายติดไว้ว่า 'สื่อมวลชน'
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา
ผมเห็นพี่ต้น ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสวนไป

เสียงเพลงคุ้นหูดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง
เป็นเพลง วัดใจ ที่นักแสดงทั้งห้าคนร้องนั่นเอง

"ไปลงชื่อก่อนนะ"

พี่ฉานพูดขึ้นก่อนเดินนำพวกเราไปที่เคาน์เตอร์
แต่ทันทีที่พี่ฉานจรดปากกาเขียนในช่อง 'สังกัด' ว่า 'Nartfanclub.com'
พนักงานก็เงยหน้าขึ้นมามองและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"แฟนคลับไม่ต้องเซ็นนะครับ"

เอาแล้ว ..


...


พวกเรามายืนรอที่อีกมุมหนึ่งของห้อง
ดูเหมือนเขาไม่ต้อนรับคนที่ไม่ใช่สื่อมวลชนเลย
แล้วนี่พวกเราจะเข้าไปได้ไหม ?

เห็นคุณสิน ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับเรื่องแก๊งชะนีเดินออกจากห้องไป

นักข่าวหลายคนเข้าไปลงชื่อ
และได้พูดคุยยิ้มแย้มกับพนักงานคนเดียวกับที่ทำหน้าบึ้งใส่พวกเราเมื่อครู่

ตอนนี้ก็คงได้แต่รอลุ้น ..
เวลาเริ่มงานคือ 17.30 น. แต่เวลาตอนนี้คือ 17.20 น.
อีก 10 นาทีเท่านั้น

รอ .. รอ .. รอ .. รอ ..


...


เพลงในอัลบั้มถูกเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนวนกลับมาที่เพลงเดิม 2 ครั้ง




..เวลาล่วงเลยจนถึง 17.48 น. แต่พวกเราก็ยังไม่ได้เข้าไปข้างในห้องประชุม




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Graceful Trading

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #1

ไม่บ่อยเลยนะ ..
ที่เราจะนอนหลับฝันถึงใครบางคนได้ติดต่อกันหลายวัน
และคนที่เราฝันถึงคนนั้น คือคนคนเดียวกัน


...


เมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 19)

ผมอยู่ในรถตู้
ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผม
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ตัวละครของเธอไม่ได้เด่นเท่านางเอกของเรื่อง
แต่ผมก็ชอบเธอมากกว่านางเอกในเรื่องซะอีก
ผมได้ยินคนขับรถพูด
เรากำลังจะไปที่สตูดิโอ เพื่อถ่ายทำรายการหนึ่ง
ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ เวลานี้
และทำไมในมือของผมมีแฟ้มที่บันทึกคิวงานของเธอตลอดเดือนกันยายน
คิวงานโทรทัศน์ วิทยุ และโชว์ตัวตามที่ต่างๆ
ผมมองหน้าเธอ
เธอยิ้มให้
แต่รอยยิ้มและขอบตาของเธอแสดงให้เห็นว่างานที่เธอกำลังทำอยู่
มันทำให้เธอเหนื่อยเพียงใด
จนรถมาถึงสตูดิโอและเทียบท่าจอด ผมจึงได้รู้ ..


..ผมฝันไป

เมื่อลืมตาขึ้นมา ผมเห็นแต่เพดานห้องนอนของตัวเอง


...


เมื่อคืนนี้ (คืนวันที่ 20)

ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวในห้องห้องหนึ่ง
ในห้องนี้มีโต๊ะเครื่องแป้ง และกระจกบานใหญ่
คล้ายจะเป็นร้านเสริมสวย แต่มันเป็นแค่ห้องเล็กๆ เท่านั้น
ผู้หญิงคนเดิมนั่งอยู่ตรงหน้ากระจก เธอหันหลังให้ผม
แต่ผมมองเห็นหน้าเธอผ่านทางกระจก
ผมจำเธอได้
เธอเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์ที่ผมชอบเรื่องล่าสุด
ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งกำลังใช้ไดร์เป่าผมทำให้เธอดูดีขึ้น
แต่ผมชอบตอนที่เธอไม่แต่งหน้า ไม่ทำผมมากกว่า มันดูเป็นธรรมชาติดี
จู่ๆ ก็มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนเรียกจากประตูห้อง
แล้วช่างแต่งหน้าก็เดินออกไปตามเสียงนั้น
ในห้องเหลือแค่ผมกับเธอสองคน
ผมเธอถูกดัดเป็นลอนสวยงามเรียบร้อย
แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ชอบตอนที่เธอผมตรงธรรมดามากกว่า
เธอมองผมผ่านกระจก แล้วถามขึ้นว่า

"วันนี้มีงานถึงกี่โมงนะบูม"

งาน .. ?
งานอะไรเหรอ
ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เธอถาม
ผมไม่รู้แม้แต่อะไรที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่กับเธอได้
ผมตอบเธอไป

"งานอะไรเหรอครับ"

เธอหัวเราะ ผมมองเธอ
ขอบตาเธอมีสีคล้ำเล็กน้อย เธอคงไม่ค่อยได้พักผ่อน
แต่รอยยิ้มของเธอทำให้อุณหภูมิบนใบหน้าผมสูงขึ้น
เธอคงไม่ทันสังเกตว่าผมหน้าแดง

"คนอย่างเธอตลกกับเค้าเป็นด้วยเหรอ
งานอะไร แหม ถามมาได้
ก็งานของเราน่ะสิ รายการนี้เราต้องอยู่อัดถึงกี่โมงอะ"

ผมทำหน้างงยิ่งกว่าเดิม
แต่มันทำให้เธอหัวเราะอีกแล้ว

"อ้าว ยังตลกไม่เลิกอีกแน่ะ เราดูเองก็ได้"

ว่าแล้วเธอก็เดินมาหยิบแฟ้มที่วางอยู่ข้างตัวผมและเปิดออกดู

"สามโมงครึ่งถึงห้าโมง อืม ..
แค่ออกไปร้องเพลงแล้วก็นั่งเฉยๆ สินะ"

ผมนึกออกแล้ว เธอมีนัดอัดรายการที่สตูดิโอแห่งนี้
และที่นี่เป็นห้องแต่งหน้า ส่วนผมก็เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ

"บูม แล้วรูปที่เธอขอถ่ายกับเราอะ เอาตอนนี้เลยละกัน เราว่างอยู่"

เธอเดินเข้ามาหาผม และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
เธอมานั่งข้างผม และเปิดฝาพับโทรศัพท์ออก
เธอขยับเข้ามาใกล้จนชิด หัวใจผมเต้นแรง
ร่างกายด้านขวาของผมชาไปทั้งแถบ
เธอยืดแขนถือโทรศัพท์ออกไปข้างหน้า ตรงหน้าเราทั้งสองคน
ผมมองกล้องเล็กๆ ที่อยู่บนโทรศัพท์เครื่องนั้น

"ยิ้มสิบูม อย่ามัวทำหน้างง"

ผมฉีกยิ้ม เป็นเวลาเดียวกันกับที่มีใครบางคนเดินเข้าประตูห้องมาพอดี
ผู้หญิงข้างๆ ผมชักมือกลับ แล้วซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหลัง
ผมจำได้ เขาชื่อว่าน แสดงหนังเรื่องเดียวกับเธอด้วย
เขาโบกมือทักทายผมกับเธอแล้วก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจก
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ต่าย บอล พลุ นักแสดงอีก 3 คนก็เดินเข้ามาพร้อมกันพร้อมกับเสียงพูดคุยเฮฮา
ต่ายพูดขึ้นเมื่อเห็นคนที่นั่งข้างๆ ผม

"นาถเมคอัพเสร็จแล้วเหรอ ได้ซ้อมเพลงรึยังน่ะ"

"ซ้อมแล้วอะ เดี๋ยวเรามานะ"

"อือ"

เธอลุกขึ้น มองมาทางผม
และพยักหน้า เป็นสัญญาณให้ตามเธอไป
เราออกไปนอกห้อง และเดินไปตามทางเดิน
หลบทีมงานหลายคนที่เดินผ่านไปมาเข้าไปที่มุมหนึ่ง
บริเวณนี้ไม่มีใครเดินผ่าน เราสองคนหยุดเดิน

"ตรงนี้แหละ ไม่มีใครเห็นละ"

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมจะถ่ายรูป
เธอยิ้มแล้วขยับตัวเข้ามาชิดผมและเหยียดแขนสุดมือ
เราสองคนมองไปที่กล้องบนมือถือตรงหน้า

"เอาละนะ .. หนึ่ง"

หัวใจผมเต้นแรงอีกครั้ง

"สอง .."

ผมตื่นเต้น แต่ก็พยายามยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

"สาม!"

พรึ่บ ..

ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด
ผมหันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร ไฟในสตูดิโอคงดับ
ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น
เริ่มมีแสงสว่าง ไฟคงจะตกไปไม่กี่วินาที
ภาพในตาของผมก็ค่อยๆ ปรากฎเห็นชัดขึ้น





..เพดานห้องนอน




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





OST. Densha Otoko / Nanashi-San

หรือนี่จะเป็นตอนจบ ?

เมื่อคืน เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสุขของผม ก่อนกลับบ้าน
ได้ไปงานแถลงข่าวเปิดอัลบั้มซีซั่นเช้นจ์ที่ตึกแกรมมี่
จะอัพไดหนุกๆ หวานๆ ซะหน่อย
แต่ก็มาเกิดการปฏิวัติขึ้นซะก่อน
ทำให้วุ่นวายมาก ตื่นเต้น หาข่าวอ่านไปทั่ว
ตกใจ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
ออนเอ็มคุยกับเพื่อน
เห็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน

สำหรับเรื่องนี้ ไม่ขอออกความเห็นแล้วกันนะ
เดี๋ยวอาจทะเลาะกันได้
แต่กำลังคิดว่าเหตุการณ์นี้
มันจะเป็นตอนจบของเรื่องวุ่นวายที่เกรอะกรังมานานของประเทศเรารึเปล่า
จะจบลงด้วยดี หรือยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ?

นึกถึง V For Vendetta เลย หนังดีที่ไม่ค่อยมีคนดู
เหตุการณ์หลายๆ อย่างของบ้านเราไปเหมือนกับหนังเรื่องนี้โดยบังเอิญ
จะต่างกันก็แค่ในหนังมันเป็นพลังของประชาชนที่รวมตัวกันปฏิวัติ ไม่ใช่กำลังทหาร
กับตอนจบที่ต่างกัน

เพราะในหนังน่ะ ..




..ท่านผู้นำตาย




ปล. อะจึ๊ยยยย เผลอสปอย
ปล.2 พรุ่งนี้ค่อยอัพไดแบบเพ้อฝันถึงนาถละกัน วันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่
แต่ก็ดีใจนะที่เหตุการณ์ไม่แย่เหมือนที่กลัวๆ อยู่
ปล.3 ทำตามที่ท่านพี่จูบอกละ
เอาเพลง เพื่อเธอตลอดไป ที่เราร้องเอง ให้เค้าคนนั้นลองเปิดฟังแล้วนะ
แต่เค้าบอกว่าเสียงไม่ออก ฮ่วย คอมเค้าเน่าเจงๆ
เอาไว้ออนเจอกันที่มหาลัยค่อยเอาให้เค้าฟังอีกที (ถ้าแฟนเค้าไม่อยู่นะ)
ปล.4 คืนนี้เวลา 23.00 น. รถถังจำนวน 4 ลำจะไปปิดล้อมร้านเดอะช็อค ข้าวต้มผี
โดยคณะปฏิรูปรายการวิทยุชื่อดัง 'สปอร์ตหลีแหลก' นำโดยท่านผู้นำ เต้ยโซคูล !!



Paradox / ผงาดง้ำค้ำโลก

ตกลงกูเป็นอะไร .. ?

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ไปหาหมอมา

หมอบอกว่า
การที่เราปวดท้องน้อยด้านขวาแบบไม่ค่อยรุนแรงแบบนี้
มีหลายสาเหตุที่จะชักนำไปได้สู่หลายโรค
ถ้าไม่ใช่นิ่วในกระเพาะอาหาร ก็คงเกี่ยวกับลำไส้
ซึ่งอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบแบบเรื้อรัง ที่ไม่ค่อยพบบ่อยก็ได้
อันดับแรกก็ได้ตรวจปัสสาวะดูแล้ว แต่ก็ปกติดี
ดังนั้น ไม่ใช่นิ่วแล้วแน่นอน ต่อมาคงเป็นเกี่ยวกับลำไส้
หมอแนะนำอีกว่า ถ้าจะตรวจเช็คให้ละเอียดผ่านกระบวนการ
เช่น อัลตร้าซาวด์, เปิดท้องตรวจดู หรือวิธีอื่นๆ
มันจะเป็นการเกินกว่าเหตุ ซึ่งตรวจมาแล้วอาจไม่พบอะไรรุนแรง
อาจจะเป็นแค่ลำไส้เกร็งตัวเท่านั้น ทำให้สิ้นเปลืองเงิน
หมอเลยสันนิษฐานคร่าวๆ ว่า น่าจะเกิดจากลำไส้เกร็งตัว
ก็ให้ยามาทาน แล้วรอดูผลในอีก 5 วัน
ถ้าหายปวด ก็ไม่ต้องมาหาอีก
แต่ถ้ายังปวดอยู่ก็มาใหม่


...


ระหว่างที่รอดูอาการ
อาการปวดก็ไม่ได้หายไปเลย
มีแต่ปวดรุนแรงขึ้นทีละน้อย แต่ก็ไม่ได้ปวดรุนแรงมาก
แค่รู้สึกเจ็บจี๊ดเป็นบางเวลา เป็นๆ หายๆ
การกินยาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร

แล้วก็ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไส้ติ่งอักเสบแบบเรื้อรังที่ไม่ค่อยมีคนเป็นกัน
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4712495/L4712495.html
http://www.mahidol.ac.th/mahidol/ra/rans/Resources/PublicEdu/Appendic.htm
อ่านจนค่อนข้างแน่ใจว่าตัวเองคงต้องเป็นโรคนี้แน่ๆ
เพราะอาการมันบ่งบอก


...


จนถึงวันนี้
ครบห้าวันแล้ว ..
อาการปวดก็ยังไม่ทุเลาลง
และยังคงแน่ใจพอสมควรว่าตัวเองเป็นไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง
เริ่มเตรียมใจสำหรับการผ่าตัดแล้วด้วย กังวลมาก
มากถึงขั้นถามดิวที่เคยผ่าตัดมาแล้ว
ว่าตอนผ่าเป็นยังไงบ้าง เจ็บมั้ย ต้องอยู่โรงบาลกี่วัน
และก็เริ่มห่วงงานที่จะต้องส่ง ต้องพรีเซนต์ในสัปดาห์หน้าด้วย
ถ้าต้องผ่าตัดนอนที่โรงพยาบาล งานพวกนี้จะทำยังไง ..


...


วันนี้ก็เพิ่งไปมาอีกครั้งตามนัด
แต่ไม่ได้หมอคนเดิม
คราวนี้ข้อสันนิษฐานของหมอก็เปลี่ยนไป
หมอบอกว่าไม่ใช่ไส้ติ่งอักเสบ
เพราะถ้าเป็น ก็คงปวดแบบเดินไม่ได้แล้ว
ถามป๊าว่ามีญาติที่เป็นมะเร็งลำไส้มั้ย .. ไม่มี
เค้าก็บอกแบบฟันธงเลยว่า ไม่ใช่มะเร็งลำไส้ และไม่ใช่ไส้ติ่ง
หมอเปิดดูประวัติ ..

ในช่วงเดือนนี้ของปีที่แล้ว
เราเคยมาตรวจรักษาอยู่ครั้งนึง เพราะเป็นโรคกระเพาะ
แต่ครั้งนั้นปวดท้องด้านซ้าย ซึ่งครั้งนี้เป็นด้านขวา มันไม่น่าเกี่ยวกัน
แต่หมอบอกว่า มันอาจจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้
เพราะการกรดในกระเพาะอาหารอาจมีปัญหา
และส่งผลให้ลำไส้ทำงานผิดพลาดไปด้วย
แล้วเค้าก็ถามถึงการขับถ่ายของเรา
เราท้องผูกมานานแล้ว ถ่ายประมาณวันเว้นวัน
เค้าก็เลยให้ยามากินอีกแล้ว
บอกว่าลองกินยาให้มันครบๆ ดูก่อน เผื่อจะหาย
แล้วก็จัดแจงนัดให้เรามาหาหมอเฉพาะทางในเรื่องทางเดินอาหาร
ที่เค้าเคยดูแลไข้เราตอนมาตรวจโรคกระเพาะเมื่อปีที่แล้ว
ให้มาหาอีกทีวันเสาร์หน้า


...


ไม่รู้นะ
รู้สึกว่าหมอคนที่วันนี้ไปหามา
เหมือนเค้าไม่ค่อยรู้จริงเท่าไหร่
ไม่ค่อยเชื่อเค้าเท่าไหร่อะ
แต่นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ
ไม่รู้สิ
ลองดูอาการไปอีกอาทิตย์นึงแล้วกัน
ดีเหมือนกัน จะได้มีเวลาเคลียร์งานที่เหลือให้เสร็จทัน

แต่ถ้าผ่านอาทิตย์นี้ไปแล้วอาการปวดมันยังไม่หาย




..ก็คงถึงเวลาต้องมองโลกในแง่ร้ายมากกว่านี้แล้วล่ะมั้ง



ปล. สตอรี่ไทยจะเลิกห่วยได้รึยัง
อัพแต่ละทีติดโคดยากเลย นี่ครั้งที่ 20 กว่าแล้วนะ




บอล พลุ ว่าน นาถ ต่าย / วัดใจ

เตรียมใจ

อาการปวดท้องหนักขึ้นเรื่อยๆ
อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะไปหาหมอแล้ว
เราค่อนข้างแน่ใจแล้วว่ามันจะเป็นไส้ติ่ง
ซึ่งจะต้องเข้าผ่าตัดแน่นอนถ้ามันเป็น
แต่เป็นห่วงงานที่ยังไม่เสร็จริงๆ
ถ้าเกิดต้องอยู่ที่โรงบาลนานหลายวัน
อืม เอาเถอะ
ยังไงซะ การพรีเซนต์วันนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดีในระดับหนึ่ง (จากร้อย)

กลัวการผ่าตัดว่ะ
ยังไม่เคยเป็นอะไรรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดเลย
ช่างเถอะ
เมื่อวานก็ได้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตแล้วนี่นะ




..ก็จะเก็บมันไว้เป็นกำลังใจแล้วกัน




เบิร์ด / น้านา..

Rain + Sunshine = Happy Day

ฝนตกแต่เช้าตั้งแต่ตอนตื่น ..
แต่ตกมาแล้วซักพักก็หยุด
โล่งใจ นึกว่าจะต้องออกจากบ้านไปพร้อมสายฝนซะแล้ว

เปิดทีวี ดูสรยุทธ กินข้าว ..
กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว

เหมือนจะแกล้งกัน ..

ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ..

เสียงน้ำกระทบกับกันสาดสังกะสี
ฝนตกลงมาอย่างหนักหน่วง

เปลี่ยนใจ ไม่เข้าไปอาบน้ำ
เซ็ง - -
นึกว่าวันนี้จะได้ออกจากบ้านเช้า
นี่ต้องมารอฝนหยุดอีก

ว่าแล้วก็ขึ้นไปเล่นคอมฆ่าเวลา ..


...


เข้าห้องเรียนตอน 9 โมงครึ่ง
นั่งเรียนได้ประมาณสี่สิบนาที อาจารย์ก็สอนจบแล้ว
ปิดคอร์ส .. พฤหัสหน้าไม่ต้องมาเรียน
แต่มันกลายเป็นเด๊ดไลน์ที่ต้องส่งรายงานมหาโหดแทน

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มานั่งเรียนคนเดียว
เพื่อนๆ ผมแต่ละคนนี่มันโคดชิว
เทพๆ ทั้งนั้น ไม่ต้องมาเรียนกันเลยเนอะ มาสอบอย่างเดียว

แดดออก ท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส
อากาศหลังฝนตกเย็นสบาย ..

ไปนั่งเขียนรายงานต่อที่หอสมุด
จนเสร็จหมดสิ้นวัตถุดิบแล้ว
รวมได้แค่ 20 หน้าเอง
เหลืออีก 10 หน้าที่ต้องเค้นน้ำออกมาเขียนใส่เพิ่มเข้าไป
แต่แค่นี้ก็เต็มไปด้วยน้ำอยู่แล้วนะ จะเอาน้ำที่ไหนมาใส่อีกวะ

ซักพักดิวกับง้วงก็มา
เมฆบนท้องฟ้าเริ่มกลับมาสีตุ่นๆ เหมือนเดิม
แดดออก ฟ้าใสได้ไม่ถึงชั่วโมง ฝนก็เริ่มจะมาอีกแล้ว

ไปกินข้าว เสร็จแล้วก็มาแกร่วที่หอสมุดอีกครั้ง
ปริ๊นข้อมูลงานที่เหม่งแบกมาให้เป็นตับเมื่อคืนนี้

ฝนตกหนัก ..

ระหว่างที่เดินไปห้องน้ำกับง้วงกลับมาที่คอม

เห็นใครคนนั้นที่อยากเจอ ..
เค้ายืนอยู่กับเพื่อนที่มุมนึงของห้องคอมหอสมุด

เราเดินผ่านเค้ามา ก็ได้แต่หันหลังกลับไปมองอีกสามสี่ครั้ง ..

วันนี้แฟนเค้าไม่ได้มาด้วย

กลับมานั่งที่คอมเครื่องที่ 172 เครื่องที่นั่งอยู่ก่อนเมื่อครู่
เข้าเว็บไปเรื่อยเปื่อย คุยเอ็มกับน้องเพลง

ทันใดนั้น ..


เค้าก็ออน !!


นั่งพะว้าพะวงอยู่นาน ไม่กล้าทักไปซะที
เดินหาเค้าทั้งชั้น แต่ก็ไม่เจอ
วนไปสามรอบ แต่ก็ไม่เจออีก
กลัวว่าแฟนเค้าจะอยู่ด้วย เลยไม่กล้าทัก
การโดนบล็อกมันเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก
ไม่อยากโดนอีกแล้ว

เค้าเล่นอยู่ที่ไหนเนี่ย หาไม่เจอเลย
หรือว่าจะอยู่ที่ตึกนิเทศ ?

ใช้เมลบีเอออนอีกตัว
แล้วทักเค้าไป ..

ถามว่าเค้าเล่นอยู่ที่ไหน แล้ว ก.อยู่ด้วยรึเปล่า



เค้าตอบมาว่า หอสมุดชั้นสาม
และ ก.ไม่ได้อยู่ด้วย



โอ้ว !



อยู่ที่เดียวกันเลย



เราพิมพ์ตอบไป
หัวใจเต้นแรง
เลือดสูบฉีดทั่วร่างกาย


ปิ่นนั่งอยู่แถวไหนอะ


เครื่อง 98 อะ


อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
บอกมาแบบนี้เลยเหรอ

ไอ่ง้วงรีบลุกออกไปเดินหา
แต่มันก็เดินกลับมา
บอกว่ากลัวสายตาคนมอง เลยไม่กล้าเดินไป - -

ฮ่วยๆ

เราก็คุยกับเค้าผ่านทางเอ็มไป
อยากเดินไปหานะ
แต่วันนี้ยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้า
หน้าโทรม หัวยุ่ง ผมยาว หนวดเฟิ้ม หน้ามัน ..

ครั้งนี้เค้าออนเล่นๆ ไม่ได้มาออนเพราะทำงานเหมือนทุกครั้ง
เพราะน้องเค้าเล่นคอมที่บ้านกับต้องเขียนงาน CA107 ให้แฟนเค้า
ทำให้เค้าไม่ได้ออนเลย เราเลยไม่ได้คุยกัน

ไม่นานเค้าก็ออฟไป
เราลุกขึ้นยืนมองหาเค้า
แต่ก็ไม่เจอ

ปวดฉี่ เลยออกไปเข้าห้องน้ำ
ระหว่างทางก็แอบเหลือบสายตามองเครื่องเบอร์ 98
แต่ก็เจอผู้ชายเถื่อนๆ นั่งเล่นอยู่


เค้าไปแล้ว ..


...


กลับจากห้องน้ำ
สังหรณ์ใจว่าเค้ายังคงอยู่ที่หอสมุด
เลยหันไปมองตรงที่เราเห็นเค้าอยู่กับเพื่อนครั้งแรก

แล้วก็เจอจริงๆ

เค้ากับเพื่อนๆ กำลังเก็บของ แล้วเดินไปลงลิฟต์

ยืนมองจนลับตา


เดินกลับไปนั่งที่เดิม ..
มองไปนอกหน้าต่าง
ฝนยังคงตกลงมาไม่หยุด


...


ตอนสี่ทุ่มกว่า เค้าก็ออนอยู่
คราวนี้มาจัดตารางเรียนกับเพื่อน
เพราะพรุ่งนี้ต้องลงทะเบียนเรียน
เค้าบอกว่าปีสามต้องจัดตารางเรียนเองด้วย
คงยุ่งยากน่าดูเลย
ปีสามก็งานเยอะมาก ปีสองนี่เบๆ

คุยได้ไม่เท่าไหร่ เค้าก็ง่วง และขอตัวไปนอนตามระเบียบ
พรุ่งนี้เค้าคงออนอีก เพราะต้องลงทะเบียนเรียน
เราคงได้คุยกันอีกนะ ^^


..ถึงไม่ได้อยู่ในลิสต์ ก็ใกล้ชิดกันได้นะโว้ยยยย !!


...


สายฝน ทำให้อากาศเย็นสบาย ชุ่มฉ่ำหัวใจ
แสงแดด ทำให้ท้องฟ้ามีสีสันสดใส

วันนี้มีทั้งสองสิ่งนี้

บรรยากาศดี ..

ใครคนนั้น ก็ทำให้วันนี้ของเราอากาศดีไปกว่าเดิม




..วันนี้มีความสุขจัง




ปล. งาน AD300 ใกล้ความจริงแล้วเฟ้ย !!
ปล.2 แต่โฟโต้ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย เพราะฝนตก เลยถ่ายรูปบ่ดั้ย
ปล.3 เหม่งทำงาน illustrator ได้รวดเร็วมาก (ประชด)
ปล.4 ยังคงปวดท้องอยู่เล็กๆ และรู้สึกอึดอัดด้วย
วันนี้ลมในท้องเยอะเหลือเกิน ท้องอืด มันทำให้กางเกงรัดแล้วปวดท้องมากไปกว่าเดิม
แต่ไม่เป็นไร หายแล้วมั้ง ท้องอืดน่ะ
ปล.5 งานคืบหน้า ได้เจอ ได้คุยกับคนที่อยากคุยอยากเจอ
แค่นี้ก็แฮปปี้สุดๆ แล้ว



H.R.U. / เผยใจ

fin exam y2/s1 - 3/6

ทำข้อสอบไม่ได้
เซ็ง เครียด ..


...


CA107 กฎหมายมฤตยู

มั่นใจ 34%
เฮ่อ .. กลัวตกชิบหาย
งานที่ทำส่งไปเป็นคะแนนเก็บก็เผาแหลก
เฮ้อ ..


---


EN211 อังกฤษจิตไม่ว่าง

มั่นใจ 72%
ข้อสอบ writing แม่งยากเหี้ยๆ
ตันเลย ตัน ..
เขียนไม่ออก
มีส่วนที่ต้องเขียนยาวๆ ตั้ง 3 ส่วน
พ่อมึง .. จะเขี้ยวไปไหน ..


---


AD300 โฆษ (พ่อโคตรแม่) สะนาเพื่อสังคม

มั่นใจ 25%
สาด ข้อสอบเน้นจำแบบนี้โคดเกลียดเลย
ออกเป็นคอนเซปต์ไม่ได้ไงวะ
เฮ้อ ความจำกูยิ่งไม่ดีอยู่
โจทย์ก็พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ทำให้ยิ่งงงไปใหญ่ เลือกคำตอบไม่ถูก
แม่งเอ๊ย .. คะแนนสอบแม่งก็ 50/100 ด้วย
กวย .. แล้วกูจะรอดมั้ยเนี่ย


...


เมื่อวานนี้ได้ข้อมูลของพี่ปิ่นมาเพิ่มอีกโดยบังเอิญ
ได้ชื่อจริงเค้ากับรหัสนักศึกษามาละ
แต่กูจะเอามาทำอะไร - -
นั่นสินะ เหอะๆ

เมื่อคืนวานซืน
เหมือนเค้ากับกอบจะทะเลาะกัน
เห็นกอบมันตั้งชื่อโหด ออกแนวตัดพ้อ
'ทำกับกูแบบนี้ กูไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว อยู่คนเดียวสบายใจที่สุด'
ระหว่างนั้นก็มาออนเอ็มของปิ่น เข้าๆ ออกๆ สลับกับปิ่นตัวจริงตลอด
คงทะเลาะกันเรื่องปิ่นไปคุยเอ็มกับคนอื่น ?
ไม่รู้อะ แค่เดา ไม่ได้อะไร
แต่สถานะของกูก็ยังไม่โดนบล็อกเหมือนเดิม โชคดีไป
ต้นเหตุคงไม่ใช่กูหรอก เพราะถ้าใช่ กอบมันคงด่ามาเละแล้วล่ะ



...


เมื่อคืนได้ดูโอโน่โชว์กันมะ
น่ารักสาดๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ไอ่วัวแก่สองตัวนี่มันทะลึ่งชิงๆ หัวงูฉิบ
แบบง่าเซ็ง
แต่นางฟ้า น่ารักกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(เอามาให้ดูด้วย เผื่อคนที่พลาด
หรือติดใจอยากดูซ้ำ)



พรุ่งนี้จะไปซื้อเสื้อแฟนคลับที่ร้าน Milk Plus เซ็นเตอร์พอยท์
จะได้เจอเว็บมาสเตอร์ละ หึหึ
เห็นว่าตัวจริงเป็นผู้หญิง แต่สำนวนการคุยในเว็บกับในเอ็มเป็นผู้ชาย
กร๊าๆ

วันอาทิตย์หน้า ก็มีงานฮ็อตเวฟที่สยามดิส
แก๊งซีซั่นฯ ไปร้องเพลงกันในตู้กระจกที่เป็นห้องจัดรายการของดีเจ
คนเยอะแน่ๆ เลย ฮ่วย แล้วจะบุกฝ่าเข้าไปถึงตัวนางฟ้ามั้ยนิ - -
เห็นเต้ยบอกจะไปด้วย กิกิ

พรุ่งนี้ประกาศผล Meet & Greet
ทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าไม่ได้แน่ - -
เพราะปัญหาสายตาสั้นนี่เอง
เห็นคนในเว็บบอกว่า
ป้ายทะเบียนรถของพ่อดุจดาวคือ วท 1
แต่กูดันมองเห็นเป็น วห 1
อุบาดเลย - -
เฮ้อ ..


...


เหลืออีก 3 วิชา
การใช้เหตุผลของคนคะนอง
พฤติกรรมผู้บริโภคจนเกินควร (กระดกพร)
การถ่ายลูบ

วิชาสุดท้ายค่อนข้างมั่นใจ
แต่สองวิชาก่อนหน้านี่มัน ..
นรกชัดๆ
คะนองนี่ปลง
กระดกพรนี่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในหัวเลย
เข้าห้องแต่ละที เพาเวอร์พอยท์แกก็ไม่เห็นอัพให้ในเว็บเลย
แล้วกูจะไปเรียนกะอะไรวะ - -
เวลาสอนก็นะ พูดมาแต่ละทีนอกเรื่องซะไกล
จนจับใจความประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เลย
แนวข้อสอบก็ไม่บอกมา
เป็นคนเดียวเลยนะที่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการสอบ
กูละเชื่อเลย ..




..แม่งเอ๊ย .. เซ็ง เครียด !!




ปล. ยินดีกับคุณแนทด้วยครับ คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อตัวคุณเอง
ปล.2 ไอ้เตหายไปจากโลกไซเบอร์แล้ว .. ยังมีชีวิตอยู่ป่าววะ รายงานตัวหน่อย
หลังสอบมีนัดไปแดกกันนะเว้ยมึง
ปล.3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยย เกรดกู .. เชี่ยแม่ง ..
ปล.4 เซ็ง !! เครียด !!



ไหล่หว่า / ดูหนังคนเดียว

Fifth Season

มีแต่คนว่ากูบ้า

ก็ดันดูหนังเรื่องเดียวกันในโรงถึง 5 ครั้งติดต่อกัน
จะเรื่องอะไร .. ก็ Seasons Change นี่แหละ
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวในตอนนี้
ที่ดูในโรง 5 จบรวด ..

ถึงจะชอบเรื่องนี้มากก็จริง
ก็ชอบมากในระดับหนึ่ง
แต่บอกเลยนะว่าไม่ได้ประทับใจในหนังและนักแสดงเวอร์ๆ
ถึงขนาดดูมากรอบจนคนด่าขนาดนี้
แต่มันมีเหตุผลครับ - -

จะแจงไปทีละรอบเลยละกัน
อ่านแล้วจะเห็นด้วยหรือจะคิดว่าไอ่นี่มันบ้าจริงๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะ - -


รอบแรก
ดูรอบพิเศษ Q&A ที่เซ็นจูรี่
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เค้ามาฉายที่มหาลัยแล้ว แต่พลาด
ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ถึงจะให้รอคิวรับตั๋วนานก็เถอะ
ดูภาพบรรยากาศได้ที่นี่ฮะ (มีกูอยู่ในรูปตั้งสองภาพแน่ะ - -)
แล้วจะเห็นว่าคนแม่งเยอะยังกะพวกอดอยากมานั่งรอรับขนมปังฟรี

หลังจากได้ดูหนังก็ประทับใจสัดๆ
ชอบมาก ทั้งตัวหนังและตัวนักแสดง
คิดว่าจะไปดูในโรงแบบเสียตังค์อีกครั้งนึง
และเป็นต้นเหตุให้เกิดรอบต่อไปตามมา ..


...


รอบที่ 2
ไปดูกับป๊าม้าและน้องๆ ที่อีจีวี เมโทรโปลิส
พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน
จริงๆ แล้วที่บ้านอยากดูกันอยู่แล้ว
เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ฮี่ๆ


...


รอบที่ 3
เพราะต้องทำรายงานพรีเซนต์วิชาภาษาอังกฤษ
ต้องทำรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มยังไม่มีใครดูเลย
เลยให้ดิวกับง้วงไปดู
แล้วเราก็ไปดูกับเค้ากันอีกรอบ


...


รอบที่ 4
คราวนี้กูโดนหลอกให้มาดู
งานดูหนังด้วยเกล้าและซีซั่นเช้นจ์
แล้วไหนบอกว่างานนี้จะมีนักแสดงมาไงวะ
ไปๆ มาๆ พวกเค้าดันติดถ่ายเอ็มวีที่เขาใหญ่กัน
แม่ง .. หลอกกู
ด้วยเกล้ากูก็ไม่เห็นอยากดูเท่าไหร่เลย
ซีซั่นเช้นจ์รอบที่ 4 ก็เกินไปแล้ว
แม่ง ผิดหวังสัด - -
ทำกันได้นะ ..


...


รอบที่ 5
เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษ .. Meet & Greet
และคำถามแม่งก็โคดหิน
ประกอบกับต้องใช้ตั๋วที่ไปดูในวันที่ 23-27
ก็เลยไปดูอีกรอบ
คราวนี้ไม่สนเนื้อเรื่องละ
กูเก็บรายละเอียดอย่างเดียว
ไปดูที่เซ็นจูรี่
มีคนประมาณ 20 คนได้
เค้านั่งแถวหลังๆ กันหมด
กูสะเออะไปอยู่แถวที่ 6 จากข้างหน้า
ก็ช่วงกลางๆ พอดี
แบบเอากระดาษกับดินสอเข้าไปในโรงเลย
เจออะไรที่มันเป็นคำตอบก็จดไว้ได้ทันการ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนัวร์ ภาพเลยสว่าง ทำให้พอจะมองเห็นและเขียนลงกระดาษได้
แหม่ จะมีใครทำแบบกูมั้ยเนี่ย
โจทย์บางข้อก็ไม่ชัวร์ เพราะตัวเองสายตาสั้น
แต่โดยรวมแล้วก็ แฮ่ๆ~
เก็บทุกเม็ดเลย ทั้ง 30 ข้อ เป็นอันเคลียร์
ส่งคำตอบไปละ เมื่อวาน
ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก ถ้าไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร




ว่าแต่เชื่อรึยัง ..




..ว่ากูไม่ได้บ้า



ปล. พรุ่งนี้สอบวันแรกละ
ปล.2 อยากดู deathnote กับ 13 เกมสยอง มากๆ
เว็บไซต์แม่งโคตรเจ๋ง



ต่าย SC / ฤดูรัก

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #3

หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ย่างก้าวเข้าไปในห้องแถลงข่าวเลย
แต่สื่อมวลชนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
งานแถลงข่าวเริ่มช้ากว่ากำหนดไปซะนาน
แต่ผมเองก็ยังลุ้นอยู่ว่าถ้าเราแอบเนียนเข้าไป จะโดนรปภ.ลากตัวออกมาไหม ..

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
ผมก็เห็นนักข่าวจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องประชุม
พี่ฉานส่งสัญญาณให้ผมกับพี่เคี้ยงเดินเข้าไปได้แล้ว
เราสามคนเดินเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ ที่เป็นเหมือนห้องสำหรับพรีเซนต์งานที่มหาวิทยาลัย
เต็มไปด้วยเก้าอี้เรียงกัน ติดป้าย GMM MGA ที่พนัก
เวทีขนาดเล็กๆ หน้าห้อง และเครื่องฉายโปรเจคเตอร์



ฉากหลังบนเวทีเป็นภาพอาร์ตและโลโก้ที่แปลกตาไป
คงจะเป็นแบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในอัลบั้มเพลงโดยเฉพาะ

ผมตัดสินใจไม่ขึ้นไปนั่งที่นั่งที่ด้านหลัง
เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวคือ อยู่ไกลเวที ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป
พี่ฉานเดินหามุมดีๆ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะขนาดของห้องที่แคบเหลือเกิน
สื่อมวลชนเริ่มทยอยเดินเข้ามากันจนเต็ม
เราสามคนจับจองพื้นที่บริเวณหน้าเวทีด้านขวา
นักข่าวอีกหลายคนก็เลือกที่จะอยู่มุมเดียวกับเราเช่นกัน
โชคดีที่ไม่มีใครมาสะกิดและเรียกออกไปสอบสวนนอกห้อง เพราะเราไม่ใช่สื่อมวลชน ..

เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากสื่อมวลชนเงียบลง
เพราะฉากหลังจากเครื่องโปรเจคเตอร์มืดไป
ภาพต่อมาเป็นคลิปสั้นๆ แสดงถึงแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์
ที่ทำให้ออกมามาเป็นเพลงทั้งสิบเพลงในอัลบั้มพิเศษนี้

ภาพแรงบันดาลใจจบลง
ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังเวที

หัวใจผมตกวูบ ..

เธอ ..

เธอมาแล้ว

แน่ใจใช่ไหมว่ารัก ..
ผมเปลี่ยนโหมดกล้องให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
แล้วหันกล้องไปที่เธอจนเธอร้องเพลงนี้จบ
ชุดสีแดงน่ารักเข้ากับตัวเธอจริงๆ



หลังจากที่เธอกลับเข้าไป
พระเอกของเรื่องก็ออกมาโชว์เพลง
แต่ความสนใจของผมก็ลดต่ำลง
ได้แต่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่งบ้างประปราย
ได้แต่รอเวลาให้เธอออกมาอีกครั้ง

ต่าย กับเพลงฤดูรัก เพลงใสๆ ฟังแล้วนุ่มนวลดี
ผมยืนฟังจนเพลิน
และเมื่อจบเพลงนี้
คนที่ผมรอคอยก็มาสักที

ยึกยัก .. เธอนั่นแหละที่ยึกยัก
ท่าเต้นยึกยักของเธอ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก
และนั่นทำให้ผมลืมถ่ายภาพไปชั่วขณะ
ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นิ้วชี้มือขวาจึงจะรู้หน้าที่ของมัน ..



บนเวที จะมีคนยืนอยู่เยอะแค่ไหน



แต่ผมก็มองเห็นเธอเพียงคนเดียว



คนเดียวเท่านั้น ..



รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผมเผลอกดชัตเตอร์ติดต่อกันมากกว่าสิบครั้ง














...


การแสดงและแนะนำอัลบั้มจบลง
งานแถลงข่าวและเปิดตัวก็จบลงเช่นกัน
หลังจากที่สื่อมวลชนจากหลากหลายสังกัดได้มาสัมภาษณ์
ผมก็เบียดเหล่าฝูงชนเข้าไป พยายามที่จะเก็บภาพของเธอ
ช่างภาพหลายคนเรียกให้เธอมองกล้อง เธอก็มองตาม
แต่ผมไม่มีโอกาสแบบนั้นเลย
เพราะเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อเรียกเธอ มันไปไม่ถึงเธอ
แต่ติดอยู่ในลำคอของผมเอง ..

ผมกลั้นใจ รวบรวมความกล้า
และพูดออกไป

"นาถครับ ขอกล้องนี้นะครับ"

แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่เธอจะได้ยิน
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ เธอก็หันหลังกลับ
และเดินไปให้สัมภาษณ์กับสถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งบนเวที
ทิ้งผมให้ยืนอยู่เดียวดายเพียงลำพัง
ผมเก็บภาพเธอมาได้เป็นจำนวนมาก








แต่ทุกภาพที่ได้มา



..ไม่มีภาพใดเลย ที่สายตาเธอจะมองมาที่กล้องของผม


...


หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ไม่รู้จบของเหล่ารายการโทรทัศน์และนิตยสาร
นักแสดงก็พากันออกจากห้องประชุม เพื่อไปถ่ายรูปหมู่กันต่อที่บริเวณหน้าห้อง



หลังจากรูปหมู่ แต่ละคนก็แยกออกไปให้ถ่ายภาพเดี่ยวกัน
และนั่นทำให้ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้เธออีกครั้ง

ช่างภาพมากหน้าหลายตารายล้อมเธอ
บางคนย่อตัวลงนั่ง เพื่อไม่เป็นการบังคนที่อยู่ด้านหลัง
ผมเองก็เช่นกัน

มันเหมือนกับผู้คนที่ต่ำต้อยกำลังคุกเข่าต่อหน้านางฟ้าผู้เลอโฉม
วอนขอให้เธอได้มอบพรศักดิ์สิทธิ์แก่พวกเขา

ผมนั่งคุกเข่าห่างจากเธอประมาณครึ่งเมตร
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้

เสียงใครคนหนึ่งที่อยู่อีกด้าน เรียกเธอให้หันไป

แล้วเธอก็หันไปตามเสียงนั้น



แล้วเขาคนนั้นก็เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่ได้รอยยิ้มแสนสวยของเธอเก็บไว้

อีกครั้ง ช่างภาพที่นั่งอยู่ข้างผมด้านขวามือ เขาเอ่ยปากเรียกเธอ
อีกครั้ง เธอหันไป



และอีกครั้ง ช่างภาพคนนั้นก็ปลีกตัวออกไปทันทีเช่นคนอื่นๆ หลังจากได้ถ่ายภาพเธอ
เหมือนทุกคนเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

ผมไม่คิดเช่นนั้น ..

ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า แล้วกลั่นออกมาด้วยความยากลำบาก
แปรสภาพมันให้ออกมาเป็นคำพูด หวังจะทำให้เธอได้ยิน และหันมาทางผม ..
ในที่สุด ผมก็พูดออกไป ..

"นะ--"
"น้องนาถครับ ทางนี้ครับ"

แต่เสียงของใครคนหนึ่งได้ทำให้ผมหยุดชะงัก และทำให้เสียงของผมหมดความหมาย ..

แน่นอน เธอหันไปที่เขา ไม่ใช่ผม ..



ผมมองเธอยิ้มให้ใครคนนั้น
เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังขึ้นอีก
ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนเดิม
วันนี้คงกลับบ้านไปพร้อมกล้องที่ไม่มีภาพที่เธอมองกล้องแม้แต่ใบเดียว
ความหวังดับลงจนหมดสิ้น เมื่อผมได้ยินใครบางคนเรียกเธออีกครั้ง

วินาทีนั้นเอง
ความหวังที่หมดลงมันได้แปรสภาพเป็นบางอย่าง

ภาพของเธอในจอ LCD ที่กล้องในมือผม ..

เธอกำลังมองมาทางนี้ ..

เธอยิ้ม

ใช่ .. เธอมองมาทางนี้


...


ผมมองเห็นตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าขอพรต่อหน้านางฟ้า
นางฟ้าผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงสีแดง


ในตอนนี้ ผมได้รับพรอันประเสริฐนั้นแล้ว ..


...


สมองสั่งการให้ผมกดปุ่มถ่ายภาพทันที

รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มไปด้วย
ผมเลื่อนกล้องลง ทำให้ผมไม่ต้องมองเธอผ่านจอ LCD อีกต่อไป

แต่แววตาของเธอที่มองมา ทำผมประหม่า ..


"..ครับ"

เพราะความตื่นเต้น ผมตั้งใจจะพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ให้เธอได้ยิน
แต่กลับไม่มีเสียงออกมา มีเพียงพยางค์สุดท้ายเบาๆ เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ยินเลย ..

เธอฉีกยิ้มสวยกว่าเดิม ก้มหน้าเล็กน้อย
แล้วพูดโดยไม่เปล่งเสียงเช่นเดียวกับผม


"ค่ะ"



ผมจะจดจำไว้ตลอดไป




..วันนี้ ผมได้สบตากับนางฟ้า ..















OST. Densha Otoko / A Fateful Encounter

วันนี้ .. ผมได้สบตากับนางฟ้า #2

ผมฝันเป็นเรื่องราวฟุ้งซ่านติดต่อกันสองคืนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุจริงๆ ที่เป็นแบบนี้
มันน่าจะอยู่ที่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ..


...


บ่ายวันที่ 19


"เสร็จไปอีกงาน .. เฮ่อ โล่งใจ"

ผมพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากที่ออกจากห้องพักครูอาจารย์คณะนิติศาสตร์
ผมเพิ่งส่งรายงานวิชากฎหมายสื่อสารมวลชนไป พร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
หลังจากที่ลำบากตรากตรำกับรายงานสุดโหดวิชานี้มาเป็นเวลาเดือนเศษ
ตอนนี้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
งานที่เหลือก็มีอีกแค่ 3 วิชา หลังจากนี้คงไม่มีอะไรหนักหนาแล้ว
นั่นเพราะเราผ่านสิ่งที่ยากที่สุดไปได้แล้ว ซึ่งก็คือรายงานวิชากฎหมายนี่เอง

ท้องฟ้าวันนี้ใส มีเมฆมาก แต่ไม่มากพอที่จะเกาะกลุ่มกันบดบังแสงอาทิตย์
และกลั่นตัวลงมาเป็นหยดน้ำ เหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมา
วันนี้อากาศดีจริงๆ ..

ในมือผมมีกล้องที่ยืมมาจากเต้ย เพื่อนผู้ใจดีของผมเอง
เต้ยให้ยืมกล้องในทุกสถานการณ์ แม้ว่าผมจะชอบเอาไปถ่ายอะไรไร้สาระก็ตาม
แล้ววันนี้ก็คงเป็นอีกครั้งนึง ที่ผมไม่ได้ยืมกล้องเต้ยไปใช้เพื่อทำงาน


...


บนรถตู้โดยสาร ฟิวเจอร์พาร์ค-อนุสาวรีย์ชัย ด่วนโทลล์เวย์
ผมพยายามข่มตาตัวเองให้นอนหลับ เพื่อชดเชยเวลานอน ที่ขาดหายไปสะสมมาหลายวันแล้ว

เมื่อเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ของเมื่อคืนก่อน (คืนวันที่ 17)
ผมได้ดูรายการ ที่นี่หมอชิต
ทางรายการได้ทำสกู